วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บุกทลายแหล่งขายแผ่นซีดี-ดีวีดีปลอม กลางเมืองอุบลราชธานี


ทอปไลน์เจอละเมิดลิขสิทธิ์เสียหายปีละ100ล้าน
แฉหมู่บ้านในจ.สกลนคร จนท.ที่รัฐมีหุ้นปั้มปลอมวันละ 5,000 แผ่นส่งขายภาคอีสาน ขณะที่ดีเอสไอทลายแหล่งขายกลางเมืองอุบลฯจ่อจับตัวการใหญ่
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา และนายยิ่งใหญ่ เพิ่มสกุล ผู้จัดการฝ่ายปราบปราม บริษัทลิขสิทธิ์เพลงจำกัด ในฐานะตัวแทนของของค่ายเพลง บริษัททอปไลน์ ไดมอนด์ ชัวร์ ออดิโอและนพพร ซิลเวอร์โกลด์ ร่วมแถลงข่าวหลังการเข้าจับแผ่นซีดี ดีวีดีปลอมกลางเมืองอุบลฯมูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท
พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับการร้องขอจากตัวแทนของบริษัททอปไลน์ ไดมอนด์และชัวร์ ออดิโอให้เข้าตรวจสอบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาดีเอสไอเคยได้เข้าจับกุมได้ที่ จ.ร้อยเอ็ดและมหาสารคามมาครั้งหนึ่งแล้ว และกำลังจะมีการขยายผลเพื่อจับกุมแหล่งผลิตใหญ่ที่อยู่ในกทม.และในภาคอีสาน แต่มีเหตุการณ์น้ำท่วม กลุ่มผู้ผลิตซีดีปลอมจึงได้หยุดการปั้มแผ่นปลอม การสอบขยายผลเพื่อจับกุมตัวการใหญ่จึงต้องชะลอออกไป
พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า สำหรับการจับกุมครั้งนี้ดีเอสไอ ได้บุกเข้าไปทลายแหล่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่บริเวณตลาดนิกร หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จ.อุบลราชธานี ได้ 3 จุดพบของกลางเป็นแผ่นซีดี ดีวีดีเพลงและภาพยนตร์กว่า 10,000 แผ่น และจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยดีเอสไอจะทำการสืบสวนและขยายผลจับกุมในเขตพื้นที่สีแดงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ต่อไป
ขณะที่นายยิ่งใหญ่ กล่าวว่า แต่ละปีบริษัทค่ายหนังและค่ายเพลงไม่ว่าจะเป็นบริษัทแกรมมี่ฯ บริษัทอาร์เอส โปรโมชั่น และบริษัททอปไลน์ จะถูกกลุ่มผู้ผลิตลินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ปั้มซีดี ดีวีดีเถื่อน เป็นจำนวนมากสร้างความเสียหายให้หลายพัน ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของบริษัททอปไลน์พบว่า เป็น 1 ใน 3 บริษัทที่มีสินค้าละเมิดฯเป็นอันดับ 3 และพบว่าในภาคอีสานมีการละเมิดลิขสิทธิ์สูงสุด เนื่องจากผลิตเพลงลูกทุ่ง หมอลำ และแผ่นหนังในเครือสหมงคลฟิล์ม ซึ่งแต่ละปีเฉพาะอีสานภูมิภาคเดียวมีมูลค่าความเสียประมาณ 100 ล้านบาท
“หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ติดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน มีการนำเครื่องดุ๊กมาผลิตซีดี ดีวีดีเถื่อน โดยซีดี 1 แผ่น จะปั้มของปลอมออกมาได้ 10 แผ่น แล้วทำกันทุกหลังคาเรือน แต่ละวันปั้มซีดีออกมา 5,000 แผ่น เราทราบแหล่งแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมอยู่ในขบวนการด้วย พอแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปค้นก็มีการเคลื่อนย้ายเครื่องผลิตหนี”นายยิ่งใหญ่ กล่าว
นายยิ่งใหญ่ ยังระบุอีกว่า ในจังหวัดทางภาคอีสานการผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มีหลายแห่ง ทั้งในเขต จ.อำนาจเจริญ จ.สกลนคร และฯลฯโดยไม่จำเป็นต้องสั่งแผ่นปลอมมาจากกรุงเทพ เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตของปลอมที่ใหญ่ที่สุดและยังส่งไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วัดเลียบ พระแก้วนิลกาฬ


     วัดเลียบ ประวัติความเป็นมาจากหลักฐานและบันทึกของพระเดชพระคุณพระโพธิญาณมุนี (สุธีร์ ภทฺทิโย) ปรากฏว่า ก่อตั้งเมื่อวันพฤหัสบดี เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๙๑ จ.ศ.๑๒๑๐ ร.ศ.๖๗ ปีวอก สัมฤทธิ์ศก ตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ (ไม่พบหลักฐานที่เป็นเอกสารการขอตั้ง)
      ส่วนที่มาของชื่อวัดนั้น พระโพธิญาณมุนี ท่านสันนิษฐานไว้ว่า น่าจะเป็นวัดซึ่งสร้างเลียบคันคูเมือง เพราะลักษณะของแนวริมแม่น้ำมูลซึ่งเป็นชั้นสูงแล้วจึงลาดต่ำลงมา ทางทิศเหนือเป็นแอ่งอยู่ระหว่างแนวถนนศรีณรงค์ ในบริเวณซึ่งเรียกขานกันว่าหลุบยางใหญ่ มีหนองน้ำอยู่ เรียกว่าหนองนกทา อีกทั้งยังมีชื่อของถนนเขื่อนธานีปรากฏอยู่
      แต่ก็มีบางท่านสันนิษฐานว่า ชื่อวัดนั้นมาจากกิริยาอาการเดินไปตามริมตามขอบของหลวงปู่เสาร์ สำนักสงฆ์แห่งนี้มีอายุได้ ๔๔ ปี มีเจ้าอาวาสปกครองมา ๑๐ รูป จนถึงยุคท่านพระอาจารย์ทิพย์เสนา ทิพฺพเสน (แท่นทิพย์) ซึ่งเมื่อท่านมรณภาพลง ก็ไม่มีพระสงฆ์ใดครองสำนักสงฆ์แห่งนี้ต่อ เป็นเหตุให้ต้องร้างไปเป็นเวลาเกือบปี
      ต่อมาหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ได้มาบุกเบิกเสริมสร้างวัดเลียบขึ้นเป็นวัดธรรมยุตและมาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕ ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีญาติโยมเข้ามาช่วย พระอุบลการประชานิจ (บุญชู พรหมวงศานนท์) พระสุรพลชยากร (อุ่น) ท้าวกรมช้างทองจัน และสังฆการีจารปัจฌา สังฆการจารเกษ และทายกทายิกาได้มีศรัทธาช่วยกันปฏิสังขรณ์วัด และขยายพื้นที่วัดเพิ่มเติม โดยสร้างรั้วรอบวัด เสนาสนะและถาวรวัตถุ
      ต่อมาหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ขอพระราชทานขอเป็นวิสุงคามสีมา โดยท้าวสิทธิและเฟี้ยเมืองจัน ได้กราบบังคมทูนพระกรุณาเป็นวิสุงคามสีมา ตามพระบรมราชโองการที่ ๘๗ / ๓๐๓ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๓๙ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ขนาดกว้าง ๕ วา ยาว ๗ วา

     จากการสัมภาษณ์ พระครูอุบลคณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเลียบ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ท่านได้เล่าถึงที่มาของพระแก้วนิลกาฬ จากการได้พบกล่องลายไม้สักโบราณ ในขณะที่เป็นเจ้าอาวาสในปี พ.ศ.๒๕๔๕ โดยค้นพบบนฝาเพดานกุฎิสุขสวัสดิ์มงคลซึ่งเป็นกุฎิหลังเก่าของวัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านได้พบพระพุทธรูป ๓ องค์ ได้แก่ พระพุทธรูปบุเงิน ๒ องค์ และ พระแก้วนิลกาฬ ๑ องค์ และท่านได้นำมาให้ญาติโยมมารดน้ำสงกรานต์ เมื่อพ.ศ.๒๕๔๙ และได้จัดทำเครื่องทรงชฎา มงกุฎทองคำ ซึ่งทำจากพลอยแท้ ทองคำแท้



'ผู้ว่าฯอุบล' หวังต่อยอดจัดกีฬาแห่งชาติปี 59



"สุรพล สายพันธ์" ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หวังต่อยอดจากการเป็นเจ้าภาพกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 33 ด้วยการเสนอข้อมูลเพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน "กีฬาแห่งชาติ" ครั้งที่ 44 ปี 2559 มั่นใจมีความพร้อมทั้งประสบการณ์, สนามแข่งขัน และการอำนวยความสะดวกต่างๆ...

นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 23-31 มกราคม 2555 จังหวัดได้ทุ่มเททั้งงบประมาณและบุคลากร เพื่อให้การแข่งขันออกมาสมบูรณ์ที่สุด โดยตลอดทั้ง 10 วันที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ ตนรู้สึกพอใจกับการทำงานของคณะกรรมการจัดการแข่งขันทั้ง 21 ฝ่าย อีกทั้งยังได้เห็นการยกมาตรฐานการจัดการแข่งขันชนิดกีฬาต่างๆ นักกีฬาสามารถพัฒนาตนเอง และทำลายสถิติได้หลายรายการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า เรายังเชื่อว่าศักยภาพของจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขันที่เรามีพร้อม ที่พักนักกีฬา และการอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเฉพาะประสบการณ์ของจังหวัดที่เคยจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 25 และกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 33 จะสามารถจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติได้ ซึ่งตนจะเตรียมเสนอข้อมูลเพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 8 เดือนข้างหน้า เพื่อให้ชาวอุบลราชธานี ได้สัมผัสกับการจัดการแข่งขันกีฬาระดับที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังเชื่อว่าจังหวัดจะสามารถจัดกีฬาระดับนานาชาติได้อีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับกีฬาแห่งชาติ ในปีต่อไปมีจังหวัดเจ้าภาพที่ได้รับการพิจารณาให้จัดการแข่งขันดังนี้ ปี 2555 เชียงใหม่, ปี 2556 สุพรรณบุรี, ปี 2557 นครราชสีมา และปี 2558 นครสวรรค์ ซึ่งหากอุบลราชธานีจะเสนอตัว จะต้องเสนอเป็นเจ้าภาพจัดในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 44 ปี 2559 โดยจะต้องได้รับการพิจารณาร่วมกับจังหวัดอื่นๆ ที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ จากการกีฬาแห่งประเทศไทยอีกครั้ง

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

ร่วมสืบสานประเพณีบุญพระเวส ฟังเทศน์มหาชาติ วัดทุ่งศรีเมือง 14-15 กพ.54


โครงการจัดงาน สืบสานประเพณีบุญพระเวส ฟังเทศน์มหาชาติเฉลิมฉลองพุทธชยันตีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐ ปี
และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา
ณ วัดทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ ๑๔- ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ด้วย วัดทุ่งศรีเมือง
               โดยองค์การพระผู้นำพัฒนาแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง จังหวัดอุบลราชธานี จะได้ดำเนินการ โครงการจัดงาน สืบสานประเพณีบุญพระเวส ฟังเทศน์มหาชาติ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยบุญกุศลที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จะน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่จะทรงมีพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษาขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ วัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ตามกำหนดการดังนี้
วันอังคารที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เวลา ๐๘.๐๐ น. พุทธศาสนิกชนทั่วไป ทุกเพศทุกวัยทุกสถานะภาพทางสังคม พร้อมกันที่วัดทุ่งศรีเมือง
เวลา ๐๘.๓๐ น. ลงทะเบียนและเริ่มการประกวดสวดมนต์หมู่ของนักเรียนสรภัญญ์ประเภทประชาชนทั่วไป
เวลา ๐๙.๔๙ น. พิธีเชิญแห่พระอุปคุต โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เวลา ๑๐.๓๐ น. พระสงฆ์ ๙ รูป เจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสามเณร
เวลา ๑๓.๓๐ น. เทศน์ มาลัยหมื่น มาลัยแสน
เวลา ๑๕.๐๐ น. ประกอบพิธีอัญเชิญพระเวสสันดร ณ บริเวณพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี เข้าเมือง - ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบรางวัลการประกวดสรภัญญะ
เวลา ๑๘.๓๐ น. สวดมนต์ปฏิบัติธรรมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เวลา ๐๓.๓๕ น. พิธีแห่ข้าวพันก้อน ทำวัตรเช้า เทศสังกาศ และฟังเทศน์มหาชาติต่อไปตลอดวันจนจบ ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา
เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้า
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล ถวายกัณฑ์ต้น กัณฑ์หลอน
เวลา ๑๗.๓๕ น. ประชุมชาดก ปัจฉิมนิเทศ พระสงฆ์อนุโมทนา ย่ำฆ้อง กลองระฆัง เป็นเสร็จพิธี จึงขอเชิญงานประเพณีบุญพระเวสฟังเทศน์มหาชาติร่วมเฉลิมฉลอง พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลวโรกาสที่จะทรงมีพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา โดยพร้อมเพรียงกัน

สำนักงานองค์การพระผู้นำพัฒนาแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง วัดทุ่งศรีเมือง
อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทร.๐๘๑-๓๙๐๑๖๑๑
E-mail : siriphattana@gmail.com

เทศบาลนครอุบลยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยไร้สารปนเปื้อน


นางรจนา  กัลป์ตินันท์  นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เปิดเผยว่า เทศบาลนครอุบลราชธานีในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีภารกิจในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งที่ผ่านมา  เทศบาลฯ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหารร่วมกับผู้ประกอบการค้าทั้งภายในตลาดสดและสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้ผู้บริโภคที่เป็นประชาชนหรือนักเรียนนักศึกษาได้บริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อน แต่อย่างไรก็ตาม  เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เทศบาลฯ จึงได้จัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยจากสารปนเปื้อน พร้อมมอบป้าย  FOOD  SAFETY  และโครงการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารพร้อมมอบป้ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (CLEAN FOOD GOOD TASTE) ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการค้ามีความรู้ในการดูแลอาหารให้มีความสะอาด ปลอดภัยไร้สารปนเปื้อน และทีสำคัญ คือ เป็นการยกระดับมาตรฐานด้านอาหารให้ดียิ่งขึ้นเพื่อผู้บริโภคทุกคน โดยเทศบาลฯ ได้เตรียมการจัดอบรมในวันอังคารที่  7  กุมภาพันธ์  2555  เวลา  09.00  น.  ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้น  2 ตลาดสดเทศบาล 3 

ร่วมฉลองศาลเจ้าพุทธก๋ง ปีงเถ่ากงม่า 152 ปี


คณะกรรมการศาลเจ้าพุทธก๋ง ร่วมกับ เทศบาลนครอุบลราชธานี ส่วนราชการ องค์กรการกุศล และสาธุชนทุกภาคส่วนในจังหวัดอุบลราชธานี  ขอเชิญชวนร่วมงานฉลองศาลเจ้าพุทธก๋งครบ 152 ปี  ระหว่างวันที่ 5 - 14  กุมภาพันธ์ 2555  (10 วัน  10  คืน) ณ ศาลเจ้าพุทธก๋ง (ใกล้วัดกลาง หรือ ท่าน้ำตลาดใหญ่) ถนนพรหมเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้
  • ชิมอาหารจีนโบราณ ณ ถนนด้านหน้าศาลเจ้าพุทธก๋ง ในคืนวันที่ 4 - 5 กุมภาพันธ์ 2555
  • โชว์การแสดงมังกรทองพ่นไฟ สิงโตบนเสาดอกเหมย  ในวันที่  4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าศาลหลักเมือง
  • ขบวนแห่ยิ่งใหญ่เจ้าพุทธก๋งชมเมืองให้พรแก่ประชาชน ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555
  • สักการะกระถางธูปทองศักดฺิ์สิทธิ์ ปีงเถ่ากงม่า เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ชมอุปรากรกรจีน (งิ้ว)
  • การแสดงเปลี่ยนพันหน้ามายากล
  • ประมูลส้มมงคล
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

เกษตรเมืองดอกบัวมอบพันธุ์พืช-ผักสร้างอาชีพฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำท่วม

 สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และกรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจกพันธุ์พืชผักแนะวิธีประกอบอาชีพฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรหลังน้ำลด โดยจังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่เกษตรกรรมถูกน้ำท่วมกว่า 3.4 แสนไร่ จ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 870 ล้านบาท       
       ที่สนามทุ่งคำน้ำแซบ เทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สำนักงานเกษตรจังหวัดและกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดแนะนำการประกอบอาชีพตามโครงการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด ให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา
       
       โดยแนะนำวิธีการเพาะเห็ดในขอนไม้ การเพาะเห็ดในโอ่ง การป้องกันกำจัดโรคแมลงหลังน้ำลด รวมทั้งการดูแลปลูกไม้ผลในพื้นที่ซุ่มน้ำ พร้อมทั้งแจกกล้าพันธุ์ข้าว กล้าพันธุ์ไม้ให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไปปลูกฟื้นฟูเป็นอหารในครัวเรือน และสร้างรายได้ให้ครอบครัว
       
       สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 5.8 ล้านไร่และมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมรวมกันกว่า 348,255 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 254,383 ไร่ ปลูกพืชไร่ 108,517 ไร่ พืชสวน 5,354 ไร่ คิดเป็นมูลค่าที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมกว่า 890 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วรวม 2 ครั้ง คิดเป็นเงินกว่า 870 ล้าน
       
       ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและจะทำการจ่ายเงินให้จนครบทั้งหมดต่อไป
       
       ด้านนายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า นอกจากรัฐบาลจะให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ด้วยการจ่ายเป็นเงินสดชดเชยพืชผลที่เสียหายจากน้ำท่วม ยังช่วยเร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่เกษตรกรโดยการแจกจ่ายพันธุ์พืชพันธุ์ผัก เพื่อช่วยลดภาระในการประกอบอาชีพ
       
       พร้อมทั้งแนะนำการเพาะปลูกพืชอายุสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง เพื่อให้เกษตรกรมีพืชผักไว้กินเอง ส่วนที่เหลือนำออกขายเป็นรายได้ให้ครอบครัว เพื่อให้เกษตรกรกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี หลังประสบอุทกภัยน้ำท่วมให้เร็วที่สุดด้วย