วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

ชี้แจงการจัดเก็บขยะของเทศบาลนครอุบลราชธานี


นางรจนา กัลป์ตินันท์  นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เปิดเผยว่า  เทศบาลนครอุบลราชธานีเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดเก็บขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี  ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เรื่อง ขยะตกค้าง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่จัดเก็บหรือจัดเก็บแต่่เก็บขนไม่หมด โดยหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ไม่จัดเก็บกิ่งไม้  วัสดุที่ชำรุด เช่น ตู้  เตียง หรือที่นอน ฯลฯ
ในกรณีดังกล่าว  นายกฯ รจนา  กัลป์ตินันท์  ได้เปิดเผยว่า  การจัดเก็บขยะมูลฝอยของเทศบาล  ได้แยกการจัดเก็บออกเป็นสองประเภท  คือ  ขยะมูลฝอย  กับขยะที่เป็นวัสดุกิ่งไม้หรือวัสดุชิ้นใหญ่ที่ชำรุด เช่น ตู้ เตียง ที่นอน ฯลฯ และได้แยกรถที่ทำการจัดเก็บเป็นประเภทละคัน  ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเก็บขนและทำลาย  ดังนั้น  ที่ผ่านมา  เทศบาลนครอุบลฯ จึงมักได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า  เก็บขยะไม่หมด  หรือไม่จัดเก็บขยะ  เป็นต้น
เพื่อความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการจัดเก็บขยะของเทศบาลฯ  เทศบาลฯ จึงขอชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจระบบการทำงานของเทศบาล  และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องการให้เทศบาลฯ จัดเก็บขยะประเภทวัสดุที่เป็นกิ่งไม้  ตู้  เตียง ที่นอน ฯลฯ  สามารถยื่นคำร้องให้เทศบาลฯ ดำเนินการจัดเก็บได้ที่หมายเลข 045-246-060-3 ต่อ 193  หรือ 190  (ฝ่ายบริการสิ่งแวดล้อม  กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครอุบลราชธานี)

เทศบาลนครอุบลราชธานี นำร่องทำถนนปลอดถังขยะ


นางรจนา  กัลป์ตินันท์  เปิดเผยว่า  เทศบาลนครอุบลราชธานีมีภารกิจบริการประชาชนสำคัญเรื่องหนึ่งคือ  การดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเขตเทศบาล  ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บขยะและการบริการถังเก็บขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลด้วย   แต่่่อย่างไรก็ตาม  เทศบาลฯ ตระหนักดีว่า การจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาล  แม้เทศบาลจะสามารถจัดการได้เป็นส่วนใหญ่  แต่ขยะมูลฝอยก็เริ่มมีปริมาณมากขึ้น  ผลที่ตามมาคือ  เทศบาลฯ ต้องนำภาษีที่เก็บจากประชาชนไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะที่เพิ่มขึ้น  ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว  ประชาชนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะของเทศบาลที่มีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านบาทต่อปีได้  ด้วยวิธีง่ายๆ คือ การคัดแยกขยะก่อนทิ้ง  ขยะบางอย่างมีมูลค่ามีราคา  ถ้าประชาชนสามารถแยกขยะดังกล่าว  และนำไปขายก็จะทำให้มีรายได้เสริมให้กับครอบครัว  ส่วนขยะอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้เทศบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะมากประเภทหนึ่ง คือ  ขยะเปียก หรือ ขยะอินทรีย์  ปัญหาของขยะเหล่านี้คือ  เป็นขยะที่มีน้ำผสมอยู่  เมื่อต้องนำไปทิ้ง  เทศบาลต้องจ่ายค่าจัดการขยะตามน้ำหนักของขยะ  ดังนั้น  ถ้าประชาชนสามารถคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้งได้ก่อนทิ้ง  ก็จะสามารถลดปริมาณขยะ  ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ  และเทศบาลฯ จะได้มีเงินเหลือไว้ใช้ในการพัฒนาด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต่อไป
นางรจนา  กัลป์ตินันท์  นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี  ยังเปิดเผยต่อไปอีกว่า  จากปัญหาดังกล่าว  เทศบาลฯ ได้มีแนวคิดในการลดปริมาณขยะควบคู่กับการจัดเก็บขยะ คือ  การจัดทำถนนสวยปลอดถังขยะขึ้น  โดยนำร่องด้วยถนน 3 สาย 3 ระยะ  คือ
  • ระยะที่ 1  เริ่มจากถนนอุปราช บริเวณเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย ถึง บริเวณสี่แยกถนนอุปราช ตัดกับถนนพิชิตรังสรรค์
  • ระยะที่ 2  ย่านพาณิชย์  เช่น  ถนนพรหมเทพ  ถนนพรหมราช ถนนเขื่อนธานี  และถนนยุทธภัณฑ์ เป็นต้น
  • ระยะที่ 3  เริ่มจากถนนอุปราช ช่วงบริเวณสี่แยกตัดกับถนนสรรพสิทธิ์ ถึง ถนนชยางกูร จากช่วงบริเวณสี่แยกถนนชยางกูรตัดกับถนนอุปลีสาน
ซึ่งจากการประเมินการนำร่องของถนนที่ดำเนินการทั้งสามระยะ  อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ  เทศบาลฯ โดยการนำของนายกฯ รจนา  กัลป์ตินันท์  จึงได้มอบนโยบายให้กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ  เพิ่มพื้นที่ถนนสวยปลอดถังขยะ โดยเริ่มจากช่วงสามแยกเกียรติสุรนนท์ไปตามถนนชยางกูรทั้งสองฝั่งถึงสี่แยกบายพาสสวนวนารมย์  ทั้งนี้  เพื่อให้เป็นถนนที่สวยและปลอดถังขยะและให้เป็นตัวอย่างกับถนนเส้นอืนๆ ต่อไป  ดังนั้น  เทศบาลฯ จึงขอความร่วมมือกับประชาชนที่อยู่ตามเส้นถนนนำร่องข้างต้น  ได้โปรดให้ความร่วมมือในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง  เพื่อลดปริมาณชยะที่จะจัดเก็บ  ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะที่เป็นเงินภาษีของประชาชน

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

❁ พิธีเปิดถนนดอกไม้และสายน้ำ ❁





................เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2555 นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการการจังหวัดอุบลราชธานีได้เป็นประธานในพิธีเปิดถนนดอกไม้และสายน้ำ โดยก่อนการเปิดงาน นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีเป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดทำถนนดอกไม้่และสายน้ำ ทั้งนี้ ในการเปิดงานดังกล่าวได้มีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลนครอุบลราชธานี ตัวแทนส่วนราชการภายในจังหวัดอุบลราชธานี พนักงานเทศบาล กลุ่มพลังมวลชนและประชาชนได้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การจัดกิจกรรมถนนดอกไม้และสายน้ำ เทศบาลนครอุบลราชธานีได้ดำเนินการจัดงานครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๖ ซึ่งในแต่ละปีได้มีการพัฒนารูปแบบการจัดงานอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ซึ่งในความสนุกสนานของถนนดอกไม้และสายน้ำ ได้แอบแฝงไว้ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏชัดเจนในปีที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้

๑. เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดอุบลราชธานี ในการจัดกิจกรรมถนนดอกไม้และสายน้ำ ติดอันดับ ๕ ของประเทศไทย

๒. เป็นการลดปัญญาอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี

๓. เป็นการลดปัญหาจราจร

๔. เป็นการลดปัญหาการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งในถนนดอกและสายน้ำ เทศบาลนครอุบลราชธานี ได้รณรงค์ห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

๕. เป็นการส่งเสริมการจำหน่ายอาหาร เทศกาลอาหารไทย – อินโดจีนซึ่งดำเนินมาปีนี้ เป็นครั้งที่ ๑๕

๖. เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่จะสูญเสียในงานประเพณีสงกรานต์

๗. เป็นการร่วมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทย ให้คงอยู่สืบไป
กิจกรรมถนนดอกไม้และสายน้ำ ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในงานประเพณีสงกรานต์ เหมือนกิจกรรมอื่นๆ เช่น งานเทศกาลอาหารไทยอินโดจีน ขบวนแห่พระแก้วบุษราคัม ขบวนแห่สงกรานต์ พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ พิธีทำบุญตักบาตร ดังนั้นเทศบาลนครอุบลราชธานี จึงได้พยายามสร้างสรรค์ ส่งเสริม และอนุรักษ์ไว้ ซึ่งคุณค่าของความเป็นวัฒนธรรมไทย และอีกด้านหนึ่งเทศบาลนครอุบลราชธานีได้ตระหนักถึงการก่อการทะเลาะวิวาท ซึ่งมีเป็นประจำทุกปี ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลตลอดเป็นประจำทุกวันๆ ละ ๔๐ นายต่อวัน

การจัดงานปีนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากการประปาส่วนภูมิภาค, (AIS) หรือบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัทดูโฮม, ไกด์อุบล, ค่ายทหารสรรพสิทธิประสงค์, กองบิน ๒๑, สถานีตำรวจภูธร, เหยี่ยวตำรวจ และประชาชนทุกคนที่ให้การสนับสนุน























สัมภาษณ์พิเศษ น.ส.ยุพา ปานรอด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอุบลราชธานี


เป็นผู้หญิงเก่งอีกคนของททท. “น.ส.ยุพา ปานรอด” ยามนี้เธอรับผิดชอบสำนักงานที่อุบลราชธานี ซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่มีความสำคัญ มาฟังกันว่าสภาพการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่นี้เป็นอย่างไรบ้าง


เน้นนักท่องเที่ยวอีสาน
ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบทั้งที่จ.อำนาจเจริญ และยโสธรด้วย รวม 3จังหวัด ในปลายปีนี้ ช่วงปลายฝนต้นหนาว กรุงเทพฯและภาคกลางได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนนั้นลดน้อยลง เราเลยต้องมองนักท่องเที่ยวภูมิภาคเดียวกัน คือ ภาคอีสาน เช่น จากอุดรธานี โคราช และขอนแก่น และเรายังมองไปยังนักท่องเที่ยวอีก 2 ภูมิภาค คือจากเชียงใหม่และภูเก็ต รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นลำพูนและลำปาง อีกส่วนหนึ่งจากภูเก็ต ตรัง และกระบี่ เพื่อมาเที่ยวที่อุบลฯ

จุดเด่นของยโสธร
ยโสธร เป็นเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรม งานประเพณีที่โด่งดัง คือ เทศกาลบุญบั้งไฟ จัดขึ้นสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมของทุกปี นักท่องเที่ยวแน่นมาก และที่พักก็หายากนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีเทศกาลทำบุญใหญ่คือร้อยข้าวตอกดอกไม้ 

ถ้าใครอยากมาท่องเที่ยววัฒนธรรมก็ให้มา 2 จังหวัดที่ยโสธรและอำนาจเจริญเป็นหลัก แต่ก็มาเชื่อมที่อุบลฯได้ เพราะไม่ไกลกัน จากยโสธรมาอุบลฯก็ประมาณร้อยกว่ากิโลใช้เวลาชั่วโมงนิด ๆ ถนนดีมาก และจากอำนาจเจริญตก 70 – 80 กิโลถนนก็ดีมากเช่นกัน

ที่ยโสธรแหล่งท่องเที่ยวอาจจะน้อยลงแต่ก็มีงานท่องเที่ยวสินค้าพื้นบ้าน เช่น หมอนขิด เครื่องจักสาน หรือการท่องเที่ยวบริเวณเมือง คือที่นี้จะมีการอนุรักษ์บ้านเก่า หมู่บ้านศีลห้าอยู่ในตัวเมืองเลย ทางเทศบาลได้จัดรถพาท่องเที่ยว มีรถรางนำเที่ยว มีการก่อสร้างศิลปะชิโนโปรตุกิสเชียด ๆ ภูเก็ต เป็นการท่องเที่ยวเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองเก่า ชิมลอดช่องยโสธร ปลาส้มยโสธร

ของดีอำนาจเจริญ

สำหรับจ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นเมืองผ่านมาจากมุกดาหารแล้วก็มาอุบลฯ อันเป็นเมืองที่รองรับคนเยอะมาก โดยเฉพาะมาขึ้นเครื่องบินที่อุบลฯ คนมาจากมุกดาหารจะมาแวะทานข้าวที่อำนาจเจริญหนึ่งมื้อแล้วก็ซื้อของ หรือคิดว่าเดินทางมาไกลก็จะแวะนอนที่อำนาจเจริญ เมืองนี้ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายแต่มีแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา คือมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แวะไหว้พระองค์นี้สวยงามมาก แวะทานข้าวแล้วซื้อของแล้วก็ไปจ.อุบลราชธานี


ว่าไปแล้วอำนาจเจริญเด่นเรื่องการเกษตร คือข้าวหอมมะลิ วัฒนธรรม งานโอท็อป ที่นี่เราจะขายในเรื่องที่เขาเด่น เช่นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทั้ง3 จังหวัดก็จะเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เป็นการดึงดูดซึ่งกัน 2 จังหวัดไม่มีแหล่งท่องเที่ยวก็จะดึงดูดด้วยงานวัฒนธรรมและประเพณี

อำนาจเจริญนั้นเป็นเมืองผ่านเขาจะทำสินค้าของที่ระลึก สินค้าเรื่องอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่นี่ผู้ประกอบการสามารถมาลงทุนเรื่องร้านอาหาร หรือร้านขายของที่ระลึกได้

ข้ามไป3ประเทศเพื่อนบ้าน
อุบลฯมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และแหล่งเชื่อมโยง คนที่มาอุบลฯก็มักจะข้ามไปที่ปากเซ ไปจำปาสัก ประเทศลาว ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและวัฒนธรรมค่อนข้างเยอะ ตลาดของอุบลฯเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี 

ทั้งอุบลฯและแขวงจำปาสักมีความร่วมมือในด้านสินค้าเกษตร การเปิดพรมแดนส่งนักท่องเที่ยวระหว่างกันก็ได้มีการพูดคุยกันเรื่องกฎระเบียบในการส่งนักท่องเที่ยว

อุบลฯเป็นเมืองเด่นเพราะมีศักยภาพหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินมีถึง 7 เที่ยวบิน หรืออีก 2 เที่ยวบินระหว่างภูมิภาค รถไฟ รถยนต์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมสุดท้าย ทุกอย่างจะมาลงที่อุบลฯ แล้วนักท่องเที่ยวจะไปลงที่ประเทศอื่นไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา เวียดนามก็มักจะมาเริ่มต้นที่นี่ ไปกัมพูชาจะไปทางอ.น้ำยืน ใกล้กับช่องสะงำของจ.สุรินทร์ ซึ่งสุรินทร์กับอุบลฯก็ใกล้ๆกัน จากช่องสะงำก็ผ่านไปกัมพูชา ไปเสียมเรียบได้

ขะแมร์รูทเส้นทางยอดนิยม
สำหรับที่อุบลฯนั้นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็มีบ้างเป็นพวกแบ็คแพค เป็นนักท่องเที่ยวอิสระมากันเอง ปัจจุบันก็มีมากทั้ง จากยุโรป จากอังกฤษ แต่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาอุบลฯเยอะมาก ส่วนใหญ่มาจากเขตอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี สามารถเดินทางมาจากเส้นอรัญประเทศวิ่งตัดมาทางนี้ได้เลย ไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ 

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหรือยุโรปส่วนใหญ่ส่วนใหญ่จะมาข้ามที่ฝั่งนี้แล้วไปปากเซไปเวียดนามแล้วบินกลับ หรือมาจากเวียดนาม ปากเซ แล้วมาขึ้นเครื่องที่อุบลฯกลับ แต่ส่วนใหญ่จะมาอุบลฯแล้วไปปากเซ ไปเวียดนามแล้วขึ้นเครื่องกลับ

นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่สนใจเส้นทางขะแมร์รูท เริ่มตั้งแต่ปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทศรีขรภูมิ ปราสาทพระวิหาร แล้วก็ไปปราสาทบ้านเพ็ญ แล้วเข้าเสียมเรียบ บางครั้งก็เข้าทางปราสาทบ้านภู คนไทยไม่ค่อยเที่ยวอย่างนี้ อย่างฝรั่งเขาจะเที่ยวขะแมร์รูทแล้วก็มาเที่ยวบรรยากาศของอีสาน

รุกประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว
สถานการณ์ท่องเที่ยวของอุบลฯไปเรื่อย ๆ ถ้าเป็นโลว์ซีซันก็จะมีการรับนักท่องเที่ยวกลุ่มอบรมสัมมนาเป็นส่วนใหญ่ ที่นี่มีสถาบันการศึกษา สมัยก่อนจะมีโลว์ซีซัน แต่ปัจจุบันเป็นจังหวัดที่เรารับนักท่องเที่ยวกลุ่มอบรมสัมมนา จะมีครูอาจารย์ที่นั่งเครื่องมาแล้วมาพักนอนที่อุบลฯค่อนข้างมาก ฉะนั้นโลว์ซีซันของโรงแรมจะน้อยลง เศรษฐกิจในเมืองค่อนข้างคึกคัก เศรษฐกิจนอกเมืองในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะมีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงมาเที่ยวน้ำตกค่อนข้างมาก บางส่วนก็มาจากกรุงเทพฯ

การทำงานของเราคือจะโปรโมททำโปรโมชั่นกับผู้ประกอบการต้องดังนิดหนึ่งแล้วก็อาศัยสื่อให้ช่วยปลุกกระแส เพราะว่าอีสานนี้คนไม่ค่อยรู้จักแหล่ง หลายคนบอกว่ามาอุบลฯแล้วจะเที่ยวอะไรดี เพราะฉะนั้นเรื่องประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องใหญ่ให้คนรู้ว่ามีอะไรแล้วก็อยากจะมาค้นหา อยากหาความรู้ ทำให้คนอยากมาเที่ยว

ล่องเรือ ชมความงามริมโขง
จริงๆแล้วที่อุบลฯมีความหลากหลาย เช่นหน้าร้อนคนจะมาเที่ยวเชื่อมกัน ไม่ได้มาที่ใดที่หนึ่ง เช่นมาสามพันโบกแล้วก็ไปแก่งตะนะ แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวคนจะมาที่โขงเจียมเลย ไปผาแต้มแล้วก็ข้ามไปน้ำตกห้วยหลวง ทุกที่เป็นจุดเด่นหมดเลย แต่ว่าคนก็จะรู้จักผาแต้มหรือรู้จักสามพันโบกเป็นหลัก

การล่องเรือในแม่น้ำโขงจากบ้านผาชันไปยังสามพันโบก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมานานแล้ว แต่ว่าเพิ่งติดตลาดตอนที่มีสปอตโฆษณาของททท. ที่นี่จะเที่ยวได้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ที่สวยที่สุดคือเดือนเมษายนเพราะเป็นหน้าร้อนน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงเยอะมาก นักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวไทยเป็นหลักคือมาจากจังหวัดใกล้เคียง

มีทั้งวัดป่า-วัดบ้าน

ในส่วนของวัดเราเยอะมากในช่วงเทศกาล ช่วงสงกรานต์ แห่เทียนที่นี่คนจะเยอะ ที่นี่เป็นเมืองพุทธ วันพระใหญ่คนอุบลฯจะใส่ชุดขาวแล้วไปเวียนเทียนกัน เป็นภาพที่สวยงามมากเฉพาะวัดในเมืองก็จะเป็นวัดติด ๆ กัน มีพระพุทธรูป อย่างวัดบูรพา เป็นวัดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ที่ 4 วัดป่าสายธรรมยุติ เช่นวัดดอนธาตุของหลวงปู่เสาร์ เป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่มั่นที่ท่านเคยมาปฏิบัติวิปัสสนาที่นี่ เป็นสายวิปัสสนาเหมือนกัน 

นอกจากนี้ยังมีวัดหนองป่าพงของหลวงปู่ชา และวัดป่านานาชาติ ซึ่งมีเฉพาะชาวต่างชาติมาบวชและเป็นสายธรรมยุติคือฉันมื้อเดียว ฉันในบาตร คนมาทำบุญที่อุบลฯรับรองไม่ผิดหวังเพราะมีวัดที่น่าเลื่อมใสเยอะมาก 

ยิ่งในตอนนี้เส้นทางบินก็สะดวก เพราะสายการบินแอร์เอเชียเปิดเที่ยวบินตรงจากเชียงใหม่มายังอุบลฯ ใช้เวลา 50 นาที แต่ถ้านั่งรถทัวร์มาอุบลฯจะใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง ส่วนรถทัวร์จากภูเก็ตนั่งมายาวมากถึง 13-14 ชั่วโมง แต่พอสายการบินแอร์เอเชียเปิดใช้เวลาแค่ 50 นาที ราคาก็ไม่แตกต่างจากนั่งรถทัวร์เท่าไร คือนั่งรถทัวร์ 800 – 900 บาท ค่าเครื่องบิน 1,400 บาท ถือว่าถูกและสะดวกสบายมาก ถ้านักท่องเที่ยวที่มีกำลังมาเที่ยวอุบลฯสบายมาก มีเที่ยวบินสัปดาห์ละ 3 วัน

♠ ขบวนอัญเชิญพระแก้วบุษราคัม ♠

 ขบวนอัญเชิญพระแก้วบุษราคัม 






องค์พระแก้วบุษราคัม พระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดอุบลราชธานี


น้ำหลวงพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
















แต่ละอย่างศิลปะแบบอุบลฯทั้งนั้น แบบฉบับจากราชสำนักช่างหลวงจากล้านช้างร่มขาว+ภูมิปัญญาสกุลช่างเมืองอุบลฯ







การศึกษาลักษณะการขยายตัวเติบโตของระบบเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กระทรวงมหาดไทย เอื้อเฟื้อข้อมูล
การศึกษาลักษณะการขยายตัวเติบโตของระบบเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับแนวโน้มการขยายตัวของเมือง โครงการพัฒนาภาครัฐ การลงทุนของเอกชนศักยภาพและความพร้อมของเมือง ขนาดและบทบาท แบ่งออกเป็น 4 ลำดับ ดังนี้

เมืองลำดับ 1 เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางหลักของภาค ขอบเขตการให้บริการระหว่างจังหวัดในระดับภาคและระหว่างภาค มีความเชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักของประเทศ ได้แก่
เมืองขอนแก่น เมืองนครราชสีมา เมืองอุดรธานี เมืองอุบลราชธานี เมืองมุกดาหาร

เมือง ลำดับ 2 เป็นเมืองขนาดใหญ่รองรับเมืองลำดับ 1 มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางให้บริการระดับรองของภาค มีบทบาทเป็นศูนย์กลางบริหารราชการระดับจังหวัดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งงานด้านอุตสาหกรรมและการบริการได้แก่
เมืองมหาสารคาม เมืองนครพนม เมืองบุรีรัมย์ เมืองหนองคาย เมืองสกลนคร เมืองสุรินทร์ เมืองร้อยเอ็ด เมืองปากช่อง เมืองชุมแพ เมืองวารินชำราบ

เมือง ลำดับที่ 3 เป็นเมืองศูนย์กลางระดับอำเภอ ที่มีศักยภาพในการให้บริการระหว่างอำเภอภายในจังหวัด หรือในอำเภอในจังหวัดใกล้เคียง หากได้รับการส่งเสริมพัฒนาการลงทุนจะเป็นเมืองที่มีการขยายตัวได้เร็ว ได้แก่
เมืองศรีสะเกษ เมืองเลย เมืองกาฬสินธุ์ เมืองหนองบัวลำภู เมืองยโสธร เมืองชัยภูมิ เมืองอุบล เมืองนางรอง เมืองอำนาจเจริญ เมืองพล เมืองพิบูลมังสาหาร เมืองหนองบัว เมืองบ้านไผ่ เมืองบัวใหญ่ เมืองท่าบ่อ เมืองธาตุพนม เมืองโชคชัย เมืองสูงเนิน เมืองสีคิ้ว เมืองน้ำพอง

เมือง ลำดับ 4 เป็นเมืองมีศักยภาพในการให้บริการในเขตอิทธิพลไม่ไกลนัก มักเป็นศูนย์กลางระดับอำเภอภายในจังหวัด อาจเป็นเมืองที่มีบทบาทพิเศษ เหมาะที่จะพัฒนาให้บริการเฉพาะ ได้แก่ เมืองที่เหลืออีก 321 แห่ง

รับสร้างบ้านเหนือ-อีสานพุ่ง




ตลาดรับสร้างบ้านต่างจังหวัดบูมรับกำลังซื้อเพิ่ม* พีดี เฮ้าส์* ยอดขายโตในภาคเหนือและอีสาน* ขณะที่ยอดขายในกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่ำกว่าเป้าฉุดยอดขายรวมต่ำกว่าที่คาด 11%* พร้อมเดินหน้าไตรมาส 2 เปิดอีก 2 แห่ง * ส่วนแบรนด์ "เอคิวโฮม"* เปิดอีก 2* สาขา* คาดยอดขายพีดี เฮ้าส์ทั้งปีทะลุ 1,400 ล้าน 

*นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้าน "พีดี เฮ้าส์" และ "เอคิวโฮม" เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาว่า* ตลาดมีการเติบโตและฟื้นตัวจากสาขาในต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น* โดยเฉพาะในจังหวัดภาคอีสานและภาคเหนือ* ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี สุรินทร์ สกลนคร นครสวรรค์ พิษณุโลก ต่างมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นทุกแห่ง* ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลของกลุ่มบริษัทช่วงไตรมาสแรก กำลังซื้อยังไม่คึกคักนัก ทำให้ยอดขายในช่วง 3 เดือนแรกต่ำกว่าเป้าที่วางไว้

โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 300 ล้านบาท* ในขณะทุกสาขาของ พีดี เฮ้าส์ ทั่วประเทศสามารถทำยอดขายรวมได้เพียง 267 ล้านบาท หรือต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 11% แต่เมื่อพิจารณาจากตลาดรวมรับสร้างบ้านที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวก็ถือว่ายอมรับได้* ส่วนปัจจัยที่ทำให้กำลังซื้อจากสาขาในต่างจังหวัดกลับฟื้นตัวชัดเจน* นั่นเป็นเพราะผู้บริโภคเลือกใช้บริการกับพีดี เฮ้าส์ เป็นเพราะ 1.ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ และ 2.ความต้องการสร้างบ้านอนุรักษ์พลังงานหรือบ้านที่ก่อสร้างด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

*"ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้คือ ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทรับสร้างบ้านทั้งรายเล็กรายใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต่างเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเหมือนๆ กัน ในส่วนของบริษัทเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ยังสามารถแก้ไขสถานการณ์เอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง โดยนำระบบเสาคานสำเร็จรูปที่เรียกว่า Multi-Joint Lock System ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีแรงงานจำนวนมาก มาใช้แทนวิธีก่อสร้างบ้านแบบเดิมๆ รวมทั้งปีนี้ลูกค้าของบริษัทกว่า 70% สร้างบ้านในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งยังสามารถหาแรงงานก่อสร้างฝีมือเข้ามาร่วมงานได้เพียงพอ กับปริมาณงานสร้างบ้าน ที่มีอยู่ในปัจจุบัน"* นายพิศาล กล่าวและว่า
*สำหรับแผนการขยายสาขาในไตรมาสสองนี้ บริษัทจะเปิดสาขาพีดี เฮ้าส์เพิ่มอีก 2 แห่งได้แก่ สาขาถนนพระราม 2 และสาขาจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นการขยายพื้นที่ให้บริการสร้างบ้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น รวมทั้งเตรียมเปิดศูนย์รับสร้างบ้านเอคิวโฮม พร้อมๆ กันอีก 2 สาขาคือ สาขานครปฐมและนครราชสีมา เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านระดับราคาต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท คาดว่าการขยายสาขาจะช่วยเพิ่มยอดขายให้เติบโต ตามแผนการตลาดที่บริษัท วางไว้ปี 2555 นี้ 

อย่างไรก็ดีในช่วงไตรมาสสองนี้ บริษัทประเมินว่าความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก เนื่องเพราะความกังวลเรื่องปัญหาน้ำท่วมคลายลงมากแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำยอดขายเพิ่มได้อีก ทั้งนี้บริษัทเตรียมใช้งบการตลาดจำนวน 5 ล้านบาท ผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และกิจกรรมต่างๆ เช่น โฆษณาหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายบิลบอร์ด เว็บไซต์ เคเบิลทีวี และร่วมออกบูธในงาน Build Tech' 12 ระหว่างวันที่ 5-8 เมษายนนี้ ที่ศูนย์ประชุมไบเทคบางนา โดยไตรมาส2 นี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 340-360 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนประมาณ 30% จากเป้ายอดขายตลอดทั้งปีตั้งไว้ 1,400 ล้านบาท