วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

สตง.การตรวจเงินแผ่นดิน จัดงาน เปิดบ้านรู้รักษ์เงินแผ่นดิน ในวาระครบ 96 ปี


   สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จัดงาน เปิดบ้านรู้รักษ์เงินแผ่นดิน ในวาระครบ 96 ปี เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน
              21 เม.ย.55 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 5 จังหวัดอุบลราชธานี นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นประธานเปิดงาน เปิดบ้านสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รู้รักษ์เงินแผ่นดิน ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นอิสระและเป็นกลาง มีหน้าที่ในการตรวจสอบการรับและใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินให้เกิดความเป็นธรรมและสุจริต สตง.ร่วมกับองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดี รวมถึงก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน จึงได้จัดกิจกรรม เปิดบ้านสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภายใต้ชื่องาน รู้รักษ์เงินแผ่นดิน ซึ่ง เป็นกิจกรรมต่อเนื่องในวาระครบรอบ 96 ปี โดยจัดขึ้นใน 5 จังหวัดทั่วประเทศ คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก สงขลา อุบลราชธานี และขอนแก่น มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การจัดเวทีเสวนา การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับ สตง. การเล่นเกมตอบปัญหาชิงรางวัล
               สำหรับการจัดงาน เปิดบ้านรู้รักษ์เงินแผ่นดินครั้งนี้ ทำให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความสำคัญและอำนาจหน้าที่ของ สตง. การมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคประชาชนในการตรวจสอบเงินแผ่นดิน รวมทั้งประโยชน์ที่ทุกภาคส่วนจะได้รับจากการทำหน้าที่ของ สตง.

อุบลฯพร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15

จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15 “อุบลราชธานีเกมส์” ระหว่างวันที่ 16-25 มิถุนายน 2555 ขณะเดียวกันโรงเรียนกีฬาจาก ต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนต่างพร้อมส่งนักกีฬาร่วมแข่งขันในครั้งนี้กว่า 4 ประเทศ

เมื่อเช้าวันนี้ (18 เม.ย.55) นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สถาบันการพลศึกษากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้จังหวัดอุบลราชธานี และโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15 “อุบลราชธานีเกมส์” ระหว่างวันที่ 16-25 มิถุนายน 2555 โดยกำหนดแข่งขันเบื้องต้น 25 ชนิดกีฬา ซึ่งจะมีพิธีเปิด ในวันที่ 16 มิถุนายน 2555 ที่ สนามกีฬาโรงเรียนจังหวัดอุบลราชธานี เวลา 17.00น. สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจะทำการถ่ายทอดสดให้แฟนกีฬาทั่วประเทศได้ติดตามชมกัน สำหรับโรงเรียนกีฬาจากต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมทำการแข่งขันในครั้งนี้ ประกอบด้วย โรงเรียนกีฬาจากประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบูรไน สำหรับ กัมพูชา เวียดนาม และฮ่องกง ขณะนี้กำลังรอหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการ

จากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คณะกรมการทุกฝ่ายได้ดำเนินงานเพื่อเตรียมการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝ่ายเทคนิคและฝ่ายประมวลผลการแข่งขัน ที่มีประสบการณ์ระดับชาติจากการแข่งขันกีฬาหลายรายการที่ผ่านมาซึ่งได้รับการชื่นชมจากสื่อมวลชนส่วนกลางและท้องถิ่นในการรายงานและประมวลผลการแข่งขันที่รวดเร็ว ถูกต้อง โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ซึ่งในขณะนี้ในแต่ละฝ่ายก็ได้มีการดำเนินการเพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันในครั้งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับเรื่องที่พักนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ประมาณ 1 หมื่นคน ภาครัฐและภาคเอกชนมีความพร้อมและสามารถรับรองเจ้าหน้าที่และนักกีฬา ในครั้งนี้ได้ ด้านการรักษาความปลอดภัย ตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีก็ได้เตรียมแผนไว้คอยอำนวยความสะดวกให้กับคณะนักกีฬาทั้งในสถานที่พักและสนามแข่งขันเป็นอย่างดี

บทบาทของโรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ที่ควรจะเป็นในทศวรรษหน้า และความคืบหน้าของการขอขยายพื้นที่ของโรงพยาบาลฯระหว่าง มีนาคม-เมษายน 2555 โดย. นพ.มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี

วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี คือ "เราจะเป็นโรงพยาบาล ศูนย์ชั้นนำด้านวิชาการ บริการ และส่งเสริมสุขภาพอย่างมีคุณภาพ ที่เป็นเลิศในระดับสากล"

วิสัยทัศน์ของหน่วยงานภาครัฐโดยทั่วไปมักเป็นคำนิยมหรือสโลแกนที่ดูสวยงาม แต่ไม่ค่อยมีผลทางปฏิบัติ มักมีไว้โชว์ผู้ที่มาศึกษาดูงานเท่านั้น เรียกว่าเป็น "เสือกระดาษ" ก็ว่าได้ แต่ทางทีมบริหารโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ พยายามจะทำให้เป็นเสือจริงให้ได้ โดยทางโรงพยาบาลฯได้พยายามทุกวิถีทางที่จะสื่อลงไปยังทุกองคาพยพของโรงพยาบาลฯและประชาชนผู้มารับบริการ ให้รับทราบความหมายเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ดังนี้

การเป็น "โรงพยาบาลศูนย์ชั้นนำด้านวิชาการที่เป็นเลิศในระดับสากล" หมายถึง "โรงพยาบาลศูนย์ต้องมีบทบาทเปรียบได้ดั่งต้นไทรที่หยั่งรากลึกเป็นไม้ยืนต้น ที่สูงใหญ่มั่นคงและยั่งยืน เป็นที่พึ่งพาอาศัยของหมู่นกกา มิใช่เป็นเพียงต้นหญ้าในสนามฟุตบอลเท่านั้น"

ต้นหญ้าในสนามฟุตบอลไม่แตกต่างจากต้นหญ้าในสนามตะกร้อเลยต่างเพียงแต่ขนาดของสนามเท่านั้นเปรียบได้กับโรงพยาบาลศูนย์ที่มีเพียงชื่อเป็นโรงพยาบาลศูนย์ ที่ขีดความสามารถไม่ต่างจากโรงพยาบาลทั่วไปเลย ต่างกันแค่จำนวนผู้ป่วยและจำนวนเตียงรับผู้ป่วยที่มีมากกว่าเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ทราบว่าจะมีโรงพยาบาลศูนย์ไปทำไมในเมื่อมีโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนเยอะ ๆ จะไม่ดีกว่าหรือ เพราะต้นทุนดำเนินการค่ายาค่า ใช้จ่ายต่ำกว่าแถมใกล้บ้านใกล้ใจประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายกว่าด้วย

แต่ ถ้าดูจากนิยามของวิสัยทัศน์ของเราเป็นที่มาของความสำเร็จหลาย ๆ ประการที่ไม่ เคยมีในโรงพยาบาลศูนย์แห่งอื่นในประเทศไทยเป็นต้นว่าการเป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งแรก ที่ทำการปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคอวัยวะที่มีภาวะสมองตาย เป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งแรกที่เปิดห้องปลอดเชื้อความดันบวกเตรียมปลูกถ่ายไข กระดูกเป็นต้น ในทศวรรษหน้านี้เราไม่มีนโยบายในการเพิ่มจำนวนเตียง แต่มีนโยบายที่จะพัฒนาขีดความสามารถของโรงพยาบาลที่ส่งผู้ป่วยที่ไม่ควรจะ เป็นภาระหน้าที่ของโรงพยาบาลศูนย์มาให้เรารักษาให้ค่อย ๆ พัฒนาความแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้นภายใน 10 ปีข้างหน้า ถ้าเราทำได้จำนวนเตียงของเราที่รักษาโรคง่าย ๆ จะค่อย ๆ ลดลง จำนวนโรคง่าย ๆ ที่เคยรับรักษาเป็นผู้ป่วยในของเราในอดีตจะค่อย ๆ ลดลงเราจะ สามารถรับรักษาโรคที่รักษายากและซับซ้อนได้มากขึ้น

สิ่งที่จะได้จากการขยายพื้นที่บริการของเราที่แท้จริงก็คือ สภาพแวดล้อมของผู้ป่วยและญาติในเขตอีสานใต้ทั้งหมด 4.5 ล้านชีวิต ที่มาฝากชีวิตไว้ที่นี่ สภาพแวดล้อมของผู้ปฏิบัติงาน 3,500 คน ต้องปลอดภัย สะอาด สะดวก ทั้งที่รักษาแล้วหายและเสียชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และความเป็นคนไทยเฉกเช่นคนในเมืองหลวง ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย ถ้าเป็นไปได้จะปิดบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป รับเฉพาะผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยในที่ต้องการการรักษาและความเชี่ยวชาญระดับสูงที่รับส่งต่อจากทั้งโรงพยาบาลทั่วไปหรือโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาแล้วทั้งใน เขตเทศบาลอำเภอเมือง นอกเขตเทศบาลอำเภอเมือง อำเภออื่น ๆ ในจ.อุบลฯ และจ.ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ มุกดาหาร คุณภาพและขีดความสามารถในการบริการไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลในโรงเรียนแพทย์ในเมืองหลวง ภาพในฝันก็คือหากมีโรงพยาบาลสองแห่งตั้งอยู่เคียงข้างกันระหว่างโรงพยาบาล แบบเดียวกับโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ในเมืองหลวงกับโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ชาวอุบลฯจะเลือกรับบริการที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะฝันมากไปหรือเปล่า อย่างน้อยก็ไม่แออัด รถไม่ติดหน้าห้องฉุกเฉินจนอาจเสียชีวิตกลางถนนก่อนเข้าโรงพยาบาลฯ ไม่เสี่ยงต่ออัคคีภัยรถดับเพลิงเข้าไม่ได้เหมือนปัจจุบันแต่ที่เหนือกว่าโรงพยาบาลใน โรงเรียนแพทย์อื่น ๆ ก็คือสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายแล้วจะยังคงไม่มีคำว่า “เตียงเต็ม” อยู่เช่นเดิม มีที่จอดรถสำหรับผู้ป่วย ญาติและเจ้าหน้าที่เพียงพอ มีบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่จะต้องขึ้นเวรบ่ายดึกเพราะจำเป็นต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดยามวิกาลอย่างเพียงพอ มีห้องพิเศษอย่างเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพบริการที่คล่องตัวมีระบบบริหาร ที่มีประสิทธิภาพสามารถอยู่รอดทางการเงินได้สามารถสร้างความพอใจให้กับผู้รับบริการทุกระดับบุคลากรทางการแพทย์ขวัญกำลังใจดีมีชีวิตที่มั่นคงมีความสุขทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ

ขอรายงานความคืบหน้าการขอขยายพื้นที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ไปยังพื้นที่ข้างเคียงให้ชาวอุบลราชธานีได้รับทราบว่าเรามีการเกาะติดอยู่ตลอดเวลาใน เรื่องนี้

ปลายเดือนมีนาคม 2555 ทางโรงพยาบาลฯ ได้ทำหนังสือผ่านทางท่านผวจ.สุรพล สายพันธ์ เป็นผู้ลงนามไปยัง กรมพัฒนาชุมชนเพื่อขอคืนพื้นที่ 22 ไร่ตรงข้ามช่อง11 อุบลฯ เพื่อใช้ในการขยายพื้นที่ในการให้บริการของโรงพยาบาลฯ 

10 เมษายน 2555 กรมพัฒนาชุมชนได้มีการประชุมที่กรมฯ และผลสรุปว่ายินดีคืนพื้นที่ 22 ไร่ หน้ากว้างประมาณ 300 เมตร ตรงกันข้ามกับช่อง 11 อุบลฯให้กับธนารักษ์เพื่อให้โรงพยาบาลฯทำเรื่องแนบไปขอธนารักษ์ประกอบการขยายพื้นที่ของโรงพยาบาลฯ

15 เมษายน 2555 ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีได้นัดพบท่านชิดชัย เพื่อหารือเรื่องสืบเนื่องจากการขอขยายพื้นที่ของโรงพยาบาลฯ โดยท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานีได้ร่วมรับฟังอยู่ด้วย และทีมบริหารของโรงพยาบาลฯได้ขอพรจากท่านและรดน้ำสงกรานต์ท่านด้วย

17 เมษายน 2555 ทีมบริหารของโรงพยาบาลฯได้ขอเข้าพบเพื่อรดน้ำขอพรจากท่านเกรียง กัลป์ตินันท์ และขอคำแนะนำจากท่านในหลาย ๆ เรื่องนำมาปรับใช้ท่านรับว่าจะให้การสนับสนุนเรา

18 เมษายน 2555 ทางโรงพยาบาลฯ โดยผอ.ได้เข้าพบท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขท่านนพ.ไพจิตร์ วราชิต เพื่อเข้ารดน้ำดำหัวและขอพรจากท่าน และได้รายงานความคืบหน้าในการขยายพื้นที่โรงพยาบาลฯให้ท่านรับทราบและขอหารือเรื่องการโอนเงินบำรุงจำนวน 120 ล้านบาทของโรงพยาบาลฯให้กับหน่วยราชการสังกัดกรมพัฒนาชุมชนในจังหวัดอุบลฯ นำไปสานต่อโครงการอุทยานการเรียนรู้ฯลฯ ตามเงื่อนไขพิเศษที่ทางโรงพยาบาลฯเสนอและตอนสาย ๆ ได้เข้ารดน้ำดำหัวและขอพร ท่านอธิบดีกรมพัฒนาชุมชนและขอบพระคุณท่านในนามชาวอีสานใต้ที่สนับสนุนทางโรงพยาบาลฯ ในเรื่องที่ 22 ไร่ตรงข้ามช่อง11อุบลฯ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์และพึงพอใจโดยถ้วนหน้า โดยประโยชน์สูงสุดตกแก่ประชาชนชาวอุบลฯและชาวอีสานใต้ในที่สุด
[/IMG]
[IMG]

"ท็อป-นุ่น” จูงมือเข้าวัดปฏิบัติธรรม ปัดเรื่องแต่ง!

]

เจอตัวหนุ่ม “ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร” ในงานแถลงข่าวโครงการ ‘เยาวชนไทยเรียนรู้แหล่งอีสาน’ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ที่เจ้าตัวเป็นเซเลบนำทีมเยาวชนไปเรียนรู้ประเพณีแห่เทียนพรรษากับทริป ‘จากต้นสายสู่ปลายเทียน’ จ.อุบลราชธานี งานนี้ “หนุ่มท็อป” หอบข้อมูลเรื่องรักกับสาว “นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” มาอัพเดทให้ฟัง “คบกันมา 4 ปี ก็ดีนะครับ ยังไม่ได้มีปัญหาอะไร เรื่องแต่งงานยังไม่กล้าคิดเลยครับ ตัวผมเองยังไม่พร้อม ไม่แน่ใจว่าจะเป็นสามีหรือว่าจะเป็นคุณพ่อที่ดีได้ ยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับนุ่นเลย ทางผู้ใหญ่ก็ยังไม่เคยถามด้วยครับ การมีครอบครัวต้องเป็นผู้นำ ตอนนี้เราก็รอความพร้อมตรงนี้ด้วย ผมยังมีความสุขกับชีวิตแบบนี้อยู่ครับ ก็มีทะเลาะกันบ้าง เป็นธรรมดาเพราะมาจากต่างครอบครัว มันก็ต้องมีความคิดที่แตกต่างกันบ้าง” ปัดเรื่องแต่งแต่พอถามถึงแพลนจู๋จี๋พาสาวนุ่นไปสวีตเติมหวานที่ไหนเจ้าตัวเผย “สงกรานต์ผมกับนุ่นไปอิตาลี ส่วนวันที่ 1-4 สิงหาคมนี้ ผมมีทริปไปดูการแห่เทียนเข้าพรรษา ‘จากต้นสายสู่ปลายเทียน’ ที่อุบลฯ กับ ททท. กะว่าจะชวนนุ่นไปด้วย ปกตินุ่นเค้าชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ช่วงนี้นุ่นก็เข้าวัด ถือศีล ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ อยู่บ่อยๆ ถ้าว่างก็จะชวนนุ่นไปด้วยกัน” ใครอยากเที่ยวกับ “ท็อป-พิพัฒน์” สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-726-9996 หรือ www.เที่ยวอีสาน.com

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

บัตรสุดคุ้มคนรักหนัง



ระยะเวลาการขายบัตร
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2555
**ด้านหลังบัตรระบุเงื่อนไข / Running Number / หมดอายุ 30 พฤศจิกายน 2555

ทุนค้ารถหรูปักธงเปิดสาขาเชียงราย-เล็งตลาดพม่า ลาว จีนตอนใต้

เชียงราย - กลุ่มทุนนำเข้ารถหรูจากยุโรปดีเดย์เปิดโชว์รูมเชียงรายต้นเดือนหน้า เดินหน้าทำตลาดพม่า ลาว จีนตอนใต้ รับเออีซี.-เมียนมาร์เปิดประเทศ เชื่อมมั่นตลาดโตอีกมาก พร้อมเตรียมเปิดโชว์รูมในประเทศเพิ่มทุกภาคภายใน 3 ปี

นายประชา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ประธานกรรมการบริษัทฯ นำคณะผู้บริหารฝ่ายต่างๆ กลุ่มบริษัทในเครือซีเอ็นวายกรุ๊ป แถลงข่าวการเปิดโชว์รูมซีเอ็นวายกรุ๊ป ที่สำนักงานเลขที่ 730/1 สี่แยกแม่กรณ์ ถนนพหลโยธิน ต.เวียง อ.เมืองจ.เชียงรายว่า บริษัทซึ่งนำเข้ารถหรูจากยุโรป จะเปิดโชว์รูมเชียงราย อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พ.ค.55 นี้ภายใต้ชื่องาน "Grand Opening New Showroom And Service Center In Chiangrai Thailand 555"

ภายในงานจะมีการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกของโชว์รูปรถนำเข้าจากทั่วโลก การเปิดตัวรถพิเศษจำนวน 5 คัน และการรวมตัวครั้งสำคัญของรถชั้นนำจากทั่วโลกมากกว่า 30 คัน รวมทั้งการแสดงพิเศษจากศิลปินชั้นนำ

นายประชา กล่าวว่า เครือซีเอ็นวาย มีประสบการณ์ด้านการจำหน่ายรถยนต์ยุโรปมานานกว่า 16 ปีแล้ว ปัจจุบันมีบริษัทในเครือหลายแห่ง เช่น หจก.ชนะยนต์อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต จำกัด , บริษัทซีเอ็นวาย อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต จำกัด ,บริษัทซีเอ็นวายออโต้อิมพอร์ต จำกัด ,บริษัทหมิงทรานสปอร์ต จำกัด (หมิงเทเลอร์) และบริษัทหมิงทรานสปอร์ต จำกัด (หมิงออนทัวร์)

นายประชา บอกว่า หลังจากได้มีการเปิดตัวการนำเข้าและส่งออกรถยนต์ยุโรปมาได้แล้ว 1 ปีในปัจจุบันได้มีการตั้งโชว์รูมอยู่ที่เชียงราย และที่ย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ แล้ว ซึ่งผลประกอบการถือว่าก้าวหน้าไปได้ดีอย่างมาก โดยเฉพาะการนำรถตระกูลชื่อดัง เช่น เมอร์เซเดสเบนซ์ บีเอ็มดับบริว เลคซัส ฯลฯ ไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาร์ สปป.ลาว จีนตอนใต้ ฯลฯ
“โดยเฉพาะเมียนมาร์ ถือว่า รถยุโรปกว่า 90% มาจากทางซีเอ็นวายแทบทั้งสิ้น”

ล่าสุดบริษัทได้ไปเปิดบริษัทในเครือคือบริษัทเมียนมาร์ซีเอ็นวาย จำกัด ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ด้วย เนื่องจากเมียนมาร์มีการเปิดประเทศมากขึ้น โดยนำเข้ารถยนต์ไปแล้วกว่า 4,000-5,000 คัน และในอนาคตเมื่อมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีเต็มตัว ก็จะทำให้บริษัทได้เปรียบด้านธุรกิจในนำรถยนต์ชั้นนำมาจำหน่ายกลุ่มอาเซียนต่อไปด้วย

นายประชา กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มต้นเปิดโชว์รูปอย่างยิ่งใหญ่ที่ จ.เชียงราย ก่อนจากนั้นจะค่อยๆเปิดเพิ่มเติมจุดอื่น ๆ ทั่วประเทศอีก คือ โชว์รูม ในกรุงเทพฯ อีก 2-3 แห่ง โดยอยู่ระหว่างตกลงเรื่องที่ดิน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.อุบลราชธานี และขอนแก่น และภาคใต้ที่ จ.ภูเก็ต และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยโชว์รูมที่เหลือทั้งหมดจะพร้อมให้บริการภายใน 3 ปีนี้ โดยจะนำรถยนต์ชั้นนำมาจำหน่ายและเปิดเป็นศูนย์บริการลูกค้า 24 ชั่วโมงด้วย
ด้านนางสลินดา ชมพูศรี รองประธานกรรมการเครือซีเอ็นวาย กล่าวว่า ความจริงบริษัทนำเข้ารถยนต์ชั้นนำเข้าไปในเมียนมาร์นานแล้ว โดยนำเข้าไปทางเรือแม่น้ำโขงจากท่าเรือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปยังท่าเรือเมืองสบหรวย ประเทศเมียนมาร์ และสามารถกระจายเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในของเมียนมาร์ และจีนตอนใต้ได้ รวมทั้งส่งออกไปทางด่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด่านแม่สอด จ.ตาก ฯลฯ แต่ล่าสุดทางการเมียนมาร์ได้พัฒนาการนำเข้าและส่งออกโดยปิดจุดนำเข้ารถยนต์ต่างๆ เหล่านี้ทั้งหมด แต่เปิดให้มีการนำเข้าที่ท่าเรือทางทะเลแทน ซึ่งบริษัทก็ได้ใบอนุญาตจากรัฐบาลเมียนมาร์ในการนำเข้าที่ท่าเรือเมืองย่างกุ้งโดยตรงแล้ว
นางสลินดา กล่าวอีกว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่าตลาดเมียนมาร์ดีมาก โดยมียอดนำเข้าในเดือนละกว่า 2,000-3,000 คัน นอกจากนี้ยังมีการนำรถยนต์มือสองเข้าไปจำหน่ายเฉพาะปี 2554 ที่ผ่านมา แล้วกว่า 5,000 คันแล้ว

โครงการรถไฟความเร็วสูง