วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ลงทุนQ1ทะลักอีสาน79โครงการ เงินลงทุนสะพัด2.5หมื่นล.บูมผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์
นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 (นครราชสีมา) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค. 55) ว่า มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 79 โครงการ เงินลงทุน 25,162.8 ล้านบาท การจ้างงาน 15,655 คน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 การอนุมัติโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.71 เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัว
อุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงที่สุด ได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภค 11,723.6 ล้านบาท จำนวน 21 โครงการ อาทิ กิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล บริษัท ศรีวัฒนา กรีน เพาเวอร์ จำกัด เงินลงทุน 780 ล้านบาท ที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์, กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด 3 โครงการ คือ โคราช 8 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท โคราช 5 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา และโครงการอุดรธานี 1 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท
อันดับที่ 2 คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 8,261.8 ล้านบาท จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตคอนเน็กเตอร์ บริษัท พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 5,973.9 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น, กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท คาสิโอ (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 1,300 ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา, กิจการผลิต Head Stack Assembly (HSA) บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดนครราชสีมา และกิจการผลิตซอฟต์แวร์ บริษัท เคเค ซอฟต์ จำกัด เงินลงทุน 1.4 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น
อันดับที่ 3 เกษตรและผลิตผลทางการเกษตร 3,975.7 ล้านบาท 34 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด เงินลงทุน 620 ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี, กิจการผลิตยางแท่งและยางผสม บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เงินลงทุน 453.7 ล้านบาท จังหวัดอุดรธานี, กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัท แก่นศิริ สตาร์ซ จำกัด เงินลงทุน 325.3 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น, กิจการผลิตแป้ง บริษัท ชัยภูมิสตาร์ช จำกัด เงินลงทุน 320 ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ
กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก มูลค่าเงินลงทุน 829.6 ล้านบาท 10 โครงการ และผลิตภัณฑ์โลหะ อุปกรณ์ขนส่ง เงินลงทุน 210 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอ, ตัดเย็บเสื้อผ้า เงินลงทุน 162.1 ล้านบาท 7 โครงการ อาทิ บริษัท เวอร์เท็กซ์ แอพพาเรล 2011 จำกัด เงินลงทุน 43.6 ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี, บริษัท ไฮ-เทค ชัยภูมิ แอพพาเรล (2011) จำกัด เงินลงทุน 58.8 ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ
นายวีระยศ อุตระนคร อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด 2,504 โรงงาน เงินลงทุน 141,256.91 ล้านบาท การจ้างงาน 139,334 คน เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2554 จำนวนโรงงานเพิ่มขึ้น 101 โรงงาน เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 21,523.18 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามมีโรงงานเลิกกิจการไตรมาส 1/2555 จำนวน 18 โรงงาน เงินลงทุน 62.97 ล้านบาท คนงานถูกเลิกจ้าง 495 คน
อุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงที่สุด ได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภค 11,723.6 ล้านบาท จำนวน 21 โครงการ อาทิ กิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล บริษัท ศรีวัฒนา กรีน เพาเวอร์ จำกัด เงินลงทุน 780 ล้านบาท ที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์, กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด 3 โครงการ คือ โคราช 8 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท โคราช 5 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา และโครงการอุดรธานี 1 เงินลงทุน 645.7 ล้านบาท
อันดับที่ 2 คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 8,261.8 ล้านบาท จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตคอนเน็กเตอร์ บริษัท พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 5,973.9 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น, กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท คาสิโอ (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 1,300 ล้านบาท จังหวัดนครราชสีมา, กิจการผลิต Head Stack Assembly (HSA) บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดนครราชสีมา และกิจการผลิตซอฟต์แวร์ บริษัท เคเค ซอฟต์ จำกัด เงินลงทุน 1.4 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น
อันดับที่ 3 เกษตรและผลิตผลทางการเกษตร 3,975.7 ล้านบาท 34 โครงการ ได้แก่ กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด เงินลงทุน 620 ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี, กิจการผลิตยางแท่งและยางผสม บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เงินลงทุน 453.7 ล้านบาท จังหวัดอุดรธานี, กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง บริษัท แก่นศิริ สตาร์ซ จำกัด เงินลงทุน 325.3 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น, กิจการผลิตแป้ง บริษัท ชัยภูมิสตาร์ช จำกัด เงินลงทุน 320 ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ
กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก มูลค่าเงินลงทุน 829.6 ล้านบาท 10 โครงการ และผลิตภัณฑ์โลหะ อุปกรณ์ขนส่ง เงินลงทุน 210 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอ, ตัดเย็บเสื้อผ้า เงินลงทุน 162.1 ล้านบาท 7 โครงการ อาทิ บริษัท เวอร์เท็กซ์ แอพพาเรล 2011 จำกัด เงินลงทุน 43.6 ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานี, บริษัท ไฮ-เทค ชัยภูมิ แอพพาเรล (2011) จำกัด เงินลงทุน 58.8 ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ
นายวีระยศ อุตระนคร อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด 2,504 โรงงาน เงินลงทุน 141,256.91 ล้านบาท การจ้างงาน 139,334 คน เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2554 จำนวนโรงงานเพิ่มขึ้น 101 โรงงาน เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 21,523.18 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามมีโรงงานเลิกกิจการไตรมาส 1/2555 จำนวน 18 โรงงาน เงินลงทุน 62.97 ล้านบาท คนงานถูกเลิกจ้าง 495 คน
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ประมงอุบล ขอความร่วมมือ 16 พ.ค.-15 ก.ย.55 งดจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่
นายสมเกียรติ พงษ์ศิริจันทร์ ประมงจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายนของทุกปี ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากฝนที่ตกหนักทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งเรียกว่า “ฤดูน้ำแดง” จากฝนที่ตกชะล้างหน้าดินและพัดเอาตะกอนธาตุอาหารต่างๆลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ปลาน้ำจืดผสมพันธุ์และวางไข่ จากเหตุผลดังกล่าวทางราชการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนิสัยการผสมพันธุ์และวางไข่ของปลาพบว่าระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคมถึง 15 กันยายนของทุกปี เป็นช่วงที่ปลาน้ำจืดผสมพันธุ์วางไข่มากที่สุด จึงได้กำหนดให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูปลาน้ำจืดมีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกทั้งประเทศตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ลงวันที่ 17 เมษายน 2507 เว้นแต่บางจังหวัดที่มีการศึกษาวิจัยทางวิชาการ จนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าช่วงระยะเวลาของฤดูปลาน้ำจืดมีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกมีความแตกต่างออกไปตามสภาพภูมิประเทศ ดินฟ้า อากาศ และสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการวางไข่แพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำ ก็ให้จังหวัดประกาศกำหนดฤดูปลามีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกเป็นการเฉพาะ
ประมงจังหวัดอุบลราชธานี ยังได้กล่าวต่อไปว่า ในฤดูปลามีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกในช่วงเวลาที่กำหนด ห้ามมิให้ทำการประมงในแหล่งน้ำจืดสาธารณะประโยชน์ทุกแห่ง เว้นแต่เครื่องมือที่ไม่ทำลายพ่อแม่พันธุ์ปลามากนักและเพื่อให้ประชาชนสามารถมีอาหารโปรตีนจากปลาบริโภค จึงอนุญาตให้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ทำการประมงได้ 1.เบ็ดทุกชนิด เว้นแต่เบ็ดราว 2.ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และชนาง ซึ่งมีปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และห้ามไม่ให้ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป 3.ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง เพื่อควบคุมมิให้จับสัตว์น้ำวัยอ่อนไปใช้ประโยชน์เกินความจำเป็นเพื่อให้มีลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่เจริญเติบโตให้มีใช้ประโยชน์ตลอดไปจึงห้ามมิให้รวบรวมลูกสัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำในวัยอ่อน ในช่วงเวลาดังกล่าวเว้นแต่เพื่อการเพาะเลี้ยง โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง
ประมงจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัพยากรสัตว์น้ำเป็นของส่วนรวมที่มีคุณค่ายิ่ง จึงขอความร่วมมือจากทุกท่านให้งดจับปลาในฤดูมีไข่และช่วยกันสอดส่องดูแล มิให้มีการฝ่าฝืนมาตรการของทางราชการ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งจำทั้งปรับ
วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
HomePro เปิดรับสมัครพนักงานประจำสาขาอุบลราชธานี อีกจำนวนมาก!!!!
นายสมบัติ นิเวศรัตน์ จัดหางานจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการสาขาอุบลราชธานี (เปิดใหม่) ในช่วงประมาณเดือน สิงหาคม 2555 ยังมีความประสงค์รับสมัครพนักงานประจำสาขาอุบลราชธานี อีกจำนวนมาก โดยมีรายละเอียดตำแหน่งงานดังนี้
1. ผู้จัดการแผนก/ผู้ช่วยแผนกขาย,แคชเชียร์,บริการลูกค้า,จัดส่งสินค้า,สั่งซื้อสินค้า,ตรวจรับสินค้า,ซ่อมบำรุง
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 25-35 ปี,วุฒิ ม.6 ขึ้นไป,ประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี
2. ผู้จัดการแผนก/พนักงานออกแบบ
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ปริญญาตรี,สาขาออกแบบ/ตกแต่ง ฯลฯ
3. ผู้จัดการแผนก (ประสบการณ์ 2 ปี+) / พนักงานการเงิน
>คุณสมบัติ เพศ ญ , อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ป.ตรี, สาขาบัญชี/การเงิน
4. ผู้จัดการแผนก (ประสบการณ์ 2 ปี+) / พนักงานบุคคล
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ป.ตรี, สาขาที่เกี่ยวข้อง
5. เจ้าหน้าที่บริหารงานผู้รับเหมา / เจ้าหน้าที่ขายโครงการ
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ป.ตรี, สาขาโยธา/ก่อสร้าง (ปสก. 1 ปี+)
6. พนักงานขาย , แคชเชียร์ , คลังสินค้า , พนักงานขายเดอะเพาเวอร์
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 18-35 ปี,วุฒิ ม.3 ขึ้นไป,มี ปสก.จะพิจารณาเป็นพิเศษ
7. ผู้จัดการแผนก (ประสบการณ์ 2ปี+) / ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก / พนักงานป้องกันการสูญเสีย
>คุณสมบัติ เพศ ช ,อายุ 22-35, วุฒิ ป.ตรี, สาขาที่เกี่ยวข้อง นิติศาสตร์,รัฐศาสตร์
8. พนักงานบริการลูกค้า ธุรการรับสินค้า บริการพิเศษ จัดส่งสินค้า สั่งซื้อสินค้า
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ , อายุ 22-35, วุฒิ ป.ตรี, ใช้คอมพิวเตอร์ได้/พิมพ์งานได้ดี
9. พนักงานคอมพิวเตอร์
>คุณสมบัติ เพศ ช , อายุ 22-35 , วุฒิ ป.ตรี , สาขาคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ
สวัสดิการ ==> เงินเดือนประจำสูงถึง 9,000 – 20,000 บาท ,ทุกตำแหน่งมีค่าครองชีพ 500 บาท (หากมีประสบการณ์ธุรกิจค้าปลีกจะพิจารณาพิเศษ / รายได้อื่น ๆ เบี้ยขยัน 400 บาท, ค่านั่งเครื่องแคชเชียร์ 800-1,200 บ.,เงินรางวัลยอดขาย 1,200-3,000 บ.,ค่าภาษาอังกฤษ 1,500 บ.,ค่ากะ,ค่ารถ ฯลฯ,เงินพิเศษกรณีทำงานวันหยุดส.-อ.และนักขัตฤกษ์
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดอุบลราชธานี เลขที่ 109หมู่ 8ถนนเลี่ยงเมืองอุบล-ศรีสะเกษ ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000 หมายเลขโทรศัพท์.0-4520-6227-8 ต่อ 15 (งานจัดหางานในประเทศ ยินดีให้บริการ)
1. ผู้จัดการแผนก/ผู้ช่วยแผนกขาย,แคชเชียร์,บริการลูกค้า,จัดส่งสินค้า,สั่งซื้อสินค้า,ตรวจรับสินค้า,ซ่อมบำรุง
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 25-35 ปี,วุฒิ ม.6 ขึ้นไป,ประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี
2. ผู้จัดการแผนก/พนักงานออกแบบ
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ปริญญาตรี,สาขาออกแบบ/ตกแต่ง ฯลฯ
3. ผู้จัดการแผนก (ประสบการณ์ 2 ปี+) / พนักงานการเงิน
>คุณสมบัติ เพศ ญ , อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ป.ตรี, สาขาบัญชี/การเงิน
4. ผู้จัดการแผนก (ประสบการณ์ 2 ปี+) / พนักงานบุคคล
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ป.ตรี, สาขาที่เกี่ยวข้อง
5. เจ้าหน้าที่บริหารงานผู้รับเหมา / เจ้าหน้าที่ขายโครงการ
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 22-35 ปี,วุฒิ ป.ตรี, สาขาโยธา/ก่อสร้าง (ปสก. 1 ปี+)
6. พนักงานขาย , แคชเชียร์ , คลังสินค้า , พนักงานขายเดอะเพาเวอร์
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ,อายุ 18-35 ปี,วุฒิ ม.3 ขึ้นไป,มี ปสก.จะพิจารณาเป็นพิเศษ
7. ผู้จัดการแผนก (ประสบการณ์ 2ปี+) / ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก / พนักงานป้องกันการสูญเสีย
>คุณสมบัติ เพศ ช ,อายุ 22-35, วุฒิ ป.ตรี, สาขาที่เกี่ยวข้อง นิติศาสตร์,รัฐศาสตร์
8. พนักงานบริการลูกค้า ธุรการรับสินค้า บริการพิเศษ จัดส่งสินค้า สั่งซื้อสินค้า
>คุณสมบัติ เพศ ช/ญ , อายุ 22-35, วุฒิ ป.ตรี, ใช้คอมพิวเตอร์ได้/พิมพ์งานได้ดี
9. พนักงานคอมพิวเตอร์
>คุณสมบัติ เพศ ช , อายุ 22-35 , วุฒิ ป.ตรี , สาขาคอมพิวเตอร์/เทคโนโลยีสารสนเทศ
สวัสดิการ ==> เงินเดือนประจำสูงถึง 9,000 – 20,000 บาท ,ทุกตำแหน่งมีค่าครองชีพ 500 บาท (หากมีประสบการณ์ธุรกิจค้าปลีกจะพิจารณาพิเศษ / รายได้อื่น ๆ เบี้ยขยัน 400 บาท, ค่านั่งเครื่องแคชเชียร์ 800-1,200 บ.,เงินรางวัลยอดขาย 1,200-3,000 บ.,ค่าภาษาอังกฤษ 1,500 บ.,ค่ากะ,ค่ารถ ฯลฯ,เงินพิเศษกรณีทำงานวันหยุดส.-อ.และนักขัตฤกษ์
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดอุบลราชธานี เลขที่ 109หมู่ 8ถนนเลี่ยงเมืองอุบล-ศรีสะเกษ ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000 หมายเลขโทรศัพท์.0-4520-6227-8 ต่อ 15 (งานจัดหางานในประเทศ ยินดีให้บริการ)
วัดมงคลโกวิทาราม เชิญร่วมสร้าง '' พระเจ้าใหญ่สามภพ '' และอุทยานพุทธประวัติ
โครงการก่อสร้าง
“ พระพุทธศรีสัตตนาคา อริยะวิสุทธาธิบดี ศรีโลกนาถ”
และอุทยานพุทธประวัติ
ณ วัดมงคลโกวิทาราม ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
1. หลักการและเหตุผล
วัดมงคลโกวิทาราม มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี มี ขนาดเนื้อที่ 35 ไร่ 2 งาน อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยวังนอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนของประชาชน โดยทั่วไป วัดนี้ได้สร้างขึ้นโดยพระครูนวกรรมโกวิท (หลวงปู่นาค ภูริปญโญู ) อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาวนาราม ซึ่งกาลเวลาผ่านไปทำให้วัดแห่งนี้ขาดการเอาใจใส่ดูเเล ทำให้มีสภาพทรุดโทรม
ในปัจจุบันได้มีพระครูสิริสุต วิมล (สมคิด เทวธม โบ ปธ. 5 M.A. Ph.D ) เป็นเจ้าอาวาส ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ ทายก ทายิกา ดำเนินการพัฒนาวัดในทุก ๆ ด้าน จนมีความเจริญ ความสะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นที่เจริญตา เจริญใจ เจริญศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ได้พบเห็น ประกอบกับที่ตั้งของวัดมีลักษณะภูมิทัศน์ที่ดี และมีขนาดที่เหมาะสมในการที่จะพัฒนาเป็นวัดต้นแบบในทางพุทธศาสนา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเขตสังฆาวาส สถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุสงฆ์ อุทยานการเรียนรู้ในทางพระพุทธศาสนา การเผยแผ่และการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน รวมทั้งสิ่งบริการสาธารณะต่าง ๆ โดยคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดได้จัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาวัดไว้ครอบคลุมแล้ว
ในปี พ.ศ. 2549 เป็นปีมหามงคลสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ถึง 2 วาระ กล่าวคือ พระองค์ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และ พระองค์ทรงออกผนวชครบรอบ 50 ปี และต่อเนื่องในมหามงคลสมัยในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งพระองค์ได้ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา จึงเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายคฤหัสถ์ รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีทุกหมู่เหล่าจะได้พร้อมใจกันแสดงพลังศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา ด้วยการร่วมใจกันจัดสร้างศาสนวัตถุ คือ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีนามว่า“ พระพุทธศรีสัตตนาคาอริยะวิสุทธาธิบดีศรีโลกนาถ (พระเจ้าใหญ่สามภพ)” เเละอุทยานพุทธประวัติ ประดิษฐานไว้ ณ วัดมงคลโกวิทารามแห่งนี้ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในมหามงคลสมัยอันสำคัญนี้ และเป็นพุทธานุสรณ์สำหรับสักการบูชาสืบต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และเป็นพุทธศาสนานุสรณ์แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สืบทอดอายุของพระพุทธศาสนาของพระสมณโคดม และรอรับพระพุทธศาสนาของพระศรีอริยะเมตไตรย ในอนาคตกาล
2.2 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชวโรกาสมหามงคลสมัย 3 วาระ คือ ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และครบ 50 ปี แห่งการทรงออกผนวชในปี พ.ศ. 2549 รวมทั้งทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในปี พ.ศ. 2550
2.3 เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นที่สักการบูชา ปกป้องคุ้มครองรักษาผืนแผ่นดินไทย, เมืองอุบลราชธานี ประชาชนชาวเมืองอุบลราชธานีและประชาชนทั่วไป
2.4 เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ในทางพระพุทธศาสนาของชุมชน เยาวชน เเละประชาชนทั่วไป
2.5 เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานีต่อไป
ขอเชิญ พุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค สมทบทุน สร้าง
พระพุทธศรีสัตตนาคา อริยะวิสุทธาธิบดี ศรีโลกนาถ (พระเจ้าใหญ่สามภพ)
หน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 36 เมตร
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ร่วมบริจาคสมทบทุน ได้ที่
สำนักงานโครงการฯ วัดมงคลโกวิทาราม (ห้วยวังนอง)
ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
โอนเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย
สาขาถนนสรรพสิทธิ์ (ออมทรัพย์)
เลขที่บัญชี 322-0-19602-0
สาขาถนนสรรพสิทธิ์ (ออมทรัพย์)
เลขที่บัญชี 322-0-19602-0
โทร. 045-250505, มือถือ 081-2665995
พระครูสิริสุวิมลประธานฝ่ายบรรพชิต
พลตรี นรินทร์ มุทกันต์ประธานฝ่ายคฤหัสถ์
เลือกตั้ง นายกฯ อบจ.อุบล สมัคร 4 ราย 1.พรชัย 2.จำรูญศักดิ์ 3.พิเชษฐ์ 4.วิสาลินี
ข้อมูลประชาสัมพันธ์
การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
วันเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 เวลา 08.00-15.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
พื้นที่เขตเลือกตั้ง กำหนดให้พื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นเขตเลือกตั้ง สามารถเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้เพียงคนเดียว
รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จำนวนทั้งหมด 4 คน ได้แก่
หมายเลข 1 นายพรชัย โควสุรัตน์
หมายเลข 2 นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย
หมายเลข 3 นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา
หมายเลข 4 นางสาววิลาสินี ศรีธัญรัตน์
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
1.มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
2.มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่๑ มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง
3.มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง และ
4.คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
2.มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่๑ มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง
3.มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง และ
4.คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีลักษณะดังนี้
1.วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
2.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
5.มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
ในกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยมิได้แจ้งเหตุ ให้ผู้นั้นทำหนังสือแจ้งเหตุต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง
2.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
5.มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
ในกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยมิได้แจ้งเหตุ ให้ผู้นั้นทำหนังสือแจ้งเหตุต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง
หากไม่ไปเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุจะเสียสิทธิดังต่อไปนี้
1.สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
2.สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3.สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
4.สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
5.สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
6.สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
2.สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
3.สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
4.สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
5.สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
6.สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
การเสียสิทธิ ให้มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
พระราชสุเมธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดอมราวดี ศิษย์ฝรั่งรูปแรกหลวงพ่อชา สุภัทโท
| ที่วัดหนองป่าพง ท่านสุเมโธได้มีโอกาสศึกษาและเรียนรู้วิถีการปฏิบัติธรรมจากหลวงพ่อชามากมาย ขณะเดียวกันก็มีชาวต่างประเทศเข้ามาบวชและศึกษาปฏิบัติธรรมในวัดหนองป่าพงมากขึ้น ดังนั้น ในปี 2518 หลวงพ่อชาจึงได้จัดตั้ง “วัดป่านานาชาติ” ขึ้นที่บ้านบุ่งหวาย ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ห่างจากวัดหนองป่าพง ราว 8 กิโลเมตร โดยให้ท่านสุเมโธเป็นผู้ดูแล หลังจากนั้นอีก 1 ปี ท่านสุเมโธก็ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่อเมริกา ขากลับได้แวะพักที่พุทธวิหารธรรมประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปฏิปทาและวัตรปฏิบัติของท่านก่อให้เกิดความเลื่อมใสแก่คณะผู้ศรัทธาที่นั่น จึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ เพื่อเป็นผู้นำในการปฏิบัติ แต่ท่านสุเมโธบอกว่า จะต้องนำไปกราบเรียนครูบาอาจารย์ คือหลวงพ่อชาก่อน ปี 2547 พระสุเมโธ ก็เป็น 1 ใน พระสงฆ์ 73 รูปที่ได้รับพระราชทานแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์สำหรับพระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระศาสนาและประเทศชาติเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 12 ส.ค. 2547 พระสุเมโธได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ “พระราชสุเมธาจารย์” ในเดือนพฤษภาคม 2550 พระราชสุเมธาจารย์ ได้เดินทางมาร่วมงานประชุมชาวพุทธนานาชาติ ครั้งที่ 4 เนื่องในวันวิสาขบูชา ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน 2554 ได้เดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระมงคลกิตติธาดา (หลวงพ่ออมร เขมจิตโต) วัดป่าวิเวกธรรมชาน์ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งท่านเจ้าคุณโรเบิร์ต ศิษย์ฝรั่งรูปแรกของหลวงพ่อชา ในวัย 78 ปี พรรษา 46 ยังคงเดินหน้าเผยแผ่ธรรมทางตะวันตก ด้วยวัตรปฏิบัติและปฏิปทาอันงดงาม ยังความศรัทธาให้เกิดขึ้นแก่ผู้พบเห็นสมเป็นสาวกแห่งพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะ และศิษย์หลวงพ่อชาโดยแท้ หลายสิบปีมาแล้ว หลวงปู่ชา สุภัทโท กล่าวว่า “ดอกบัวกำลังบานทางทิศตะวันตก” ซึ่งหลวงปู่ชาท่านมีความสามารถมากในการถ่ายทอดธรรม แม้แต่ต่างชาติต่างภาษายังทำให้เมล็ดบัวในตัวท่านเหล่านั้น แตกกอ ผลิดอก และเบ่งบานขจรไกลไปทั่วโลก. มีวัดสาขาวัดหนองป่าพงมากกว่า 10 แห่งในต่างประเทศ ส่งผลให้จังหวัดอุบลราชธานี และประเทศไทยเป็นที่รู้จักในด้านพุทธศาสนา และมีชาวต่างประเทศศรัทธามาบวชจำพรรษาที่วัดป่านานาชาติอย่างต่อเนื่องในเดือนมกราคม 2555 สัปดาห์ปฏิบัติธรรมถวายเป็นอาจาริยบูชา ครบรอบ 20 ปี หลวงปู่ชาละสังขาร ท่านเจ้าคุณพระราชสุเมธาจารย์เดินทางมาร่วมงานปฏิบัติธรรมที่วัดหนองป่าพงได้แสดงธรรมให้พุทธศาสนิกชนที่มาปฏิบัติธรรมและมีเมตตาอนุญาตให้นำประวัติ หลักธรรม คำสอนข้อวัตรปฏิบัติในการสืบทอดพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องเผยแผ่ให้ประชาชนทราบตามความเหมาะสมต่อไป.... | ||
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)