วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

จนท.สนธิกำลังจับกุมแก๊งมอดไม้ ยึดไม้พะยูงเตรียมส่งนายทุน


  เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย สนธิกำลังเข้ายึดไม้พะยูงจำนวน 48 ท่อน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 5 คน ขณะกำลังลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตป่าภูเอือด อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย ห่างจากบ้านหนองเม็ก ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ประมาณ 15 กิโลเมตร ทั้งหมดรับสารภาพว่าลักลอบเข้ามาตัดไม้เพื่อเตรียมขนย้ายส่งให้กับนายทุนชาวจีน โดยเปลี่ยนเส้นทางลำเลียง ลงทางหน้าผาช่องคำปลากั้ง ติดกับบ้านห้วยทราย แขวงจำปาสัก ประเทศลาว
               ขณะที่ตำรวจภูธรโดนเอาว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบไม้พะยูงที่ถูกซุกซ่อนมาในรถกระบะ จำนวน 7 ท่อน โดยใช้แตงโมปิดทับ คลุมด้วยผ้าใบ เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ แต่รถคันดังกล่าวเสียหลักพุ่งชนกำแพงป้ายโรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ ต.บักดอง อ.ขุนหาญ ขณะที่ขับรถหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ส่วนผู้ที่นั่งมาในรถอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

รมช.สธ ตรวจเยี่ยมพื้นที่อุบลราชธานี ชูนโยบาย บาทยุคใหม่เพิ่มคุณภาพ


                ( 25 สิงหาคม 2555 ) นายแพทย์สุรวิทย์  คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการตามนโยบาย “ 30 บาทยุคใหม่เพิ่มคุณภาพ ”  ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามนโยบายรัฐบาลว่า   โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 กันยายน 2555 พร้อมกันทั่วประเทศ โดยดำเนินการในระดับโรงพยาบาลชุมชนขึ้นไปจนถึงโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยประชาชนจะร่วมจ่ายเพื่อพัฒนาสถานบริการ    หากรายใดไม่ประสงค์จ่าย  30 บาท ก็สามารถใช้สิทธินั้นได้ รวมทั้งผู้ที่เคยได้รับสิทธิยกเว้นการร่วมจ่าย 30 บาท มีทั้งหมด 21 กลุ่ม ก็จะได้รับการยกเว้นร่วมจ่ายเหมือนเดิม ได้แก่ 1. ผู้เข้ารับบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ฉุกเฉินเร่งด่วนหรือเข้ารับบริการในหน่วยบริการที่ระดับต่ำกว่าโรงพยาบาลชุมชน 2. ผู้มีรายได้น้อย 3. ผู้นำชุมชน ได้แก่ กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และบุคคลในครอบครัว 4. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานครและบุคคลในครอบครัว 5. ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี 6. เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี 7. คนพิการทั้งที่มีบัตรและไม่มีบัตรประจำตัว 8. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักบวช นักพรต ผู้นำศาสนาอิสลามที่มีหนังสือรับรองและบุคคลในครอบครัวของผู้นำศาสนาอิสลาม 9. ทหารผ่านศึกทุกระดับที่มีบัตรและบุคคลในครอบครัว รวมถึงผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิและทายาท 10. นักเรียนไม่เกินชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 11, นักเรียนทหารและทหารเกณฑ์ 12. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรปและบุคคลในครอบครัว 13. อาสาสมัครมาเลเรียตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุขและบุคคลในครอบครัว 14. ช่างสุขภัณฑ์หมู่บ้านตามโครงการของกรมอนามัยและบุคคลในครอบครัว 15. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญชายแดน 16. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน 17. สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ที่มีหนังสือรับรองว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป 18. หมออาสาหมู่บ้านตามโครงการกระทรวงกลาโหม 19. อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม 20. อาสาสมัครทหารพรานในสังกัดกองทัพบก 21. บุคคลที่แสดงความประสงค์ไม่จ่ายค่าบริการส
                นายแพทย์สุรพร  ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การดำเนินงานเกี่ยวกับผลงานตามโครงการ “ รัฐบาลพบประชาชน ” จังหวัดอุบลราชธานี มีการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นที่ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP CENTER จังหวัดอุบลราชธานีร่วมกันหลายหน่วยงาน  กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี  ได้มีการจัดนิทรรศการและนำเสนอผลงานเรื่อง “ ผลงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนที่จัดตั้งโดยรัฐบาลที่มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานเป็นรูปธรรมและเป็นหนึ่งในกองทุนสำคัญของรัฐบาลที่ประชาชนประจักษ์ถึงความสำเร็จในการทำให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ตั้งแต่การส่งเสริมป้องกันโรคไปจนถึงได้รับการดูแลรักษาเมื่อเจ็บป่วย กิจกรรมภายในบูธ ได้จัดเตรียมตู้ตรวจสอบสิทธิของประชาชน การประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาลด้านหลักประกันสุขภาพ ได้แก่ นโยบาย “ เจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิต ไม่ถามสิทธิ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ” , นโยบาย “ 30 บาทยุคใหม่เพิ่มคุณภาพ ”  มีหมอใกล้บ้านใกล้ใจ มียาดีใช้เพียงพอ ไม่ต้องรอรักษานาน มีจัดการโรคเรื้อรัง ” , การสื่อสารความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งการร่วมรับฟังการถ่ายทอดสดรายการพิเศษ “ รัฐบาลพบประชาชน ” ทุนเพื่อคุณภาพชีวิต โดย นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีกับการดำเนินโครงการตาม 5 นโยบายภาครัฐ ได้แก่ 1) นโยบายรถคันแรก 2) นโยบายบ้านหลังแรก 3)นโยบายพักหนี้เกษตรกร 4) นโยบายบัตรสินเชื่อเกษตรกร 5 ) นโยบายประกันภัยพืชผลการเกษตร และการดำเนินงานของรัฐมนตรีที่กำกับดูแล 5 กองทุน ได้แก่ 1) กองทุนพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน ( SML ) 2 ) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 3) กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 4 ) กองทุนตั้งตัวได้และ 5) กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
                นายแพทย์สุรพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินการเรื่องกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้สั่งการให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ทุกระดับ เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและพัฒนาความพร้อมให้บริการที่ดีขึ้นทุกด้าน ทั้งผู้ป่วยฉุกเฉินผู้ป่วยเรื้อรัง บริการผู้สูงอายุ ผุ้พิการ รวมทั้ง การส่งเสริมสุขภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  การตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยใช้ระบบสื่อสารทาง Internat กับแพทย์ผู้รักษาโดยตรง มีการประสานงานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 10 อุบลราชธานี เพื่อขอรับคู่มือบัตรทอง เพื่อชี้แจงร่วมแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ต่อไป

เวที สปสช.ที่อุบลฯเข้ม ประชาชนขอมาตรฐานเดียวในการรักษาพยาบาล

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2555 ที่หอประชุมพนาภินันท์ โรงพยาบาลอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี  ได้มีการจัดประชุมเวทีสมัชชาประชาพิจารณ์หลักประกันสุขภาพเพื่อรับฟังความคิดเห็นทั่วไปแบบมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ  ตามมาตรา 18 (13) ประจำปี 2555 ซึ่งเป็นเวทีที่ 4 ต่อเนื่องจากสามเวทีที่ผ่านมา  โดยเวทีนี้ได้ตระเวนมาจัดที่อำเภอตระการพืชผลมีประชาชนจาก 6 อำเภอเข้าร่วม  ได้แก่  ตระการพืชผล  กุดข้าวปุ้น  เขมราฐ  นาตาล  ศรีเมืองใหม่และโพธิ์ไทร  มีผู้เข้าร่วมประชุมอย่างคึกคักประมาณกว่า  120 คน
               การประชุมครั้งนี้ถือว่ามีความเข้มข้นเป็นพิเศษ  ผู้เข้าร่วมประชุมต่างแสดงทรรศนะอย่างตรงไปตรงมาโดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลที่ในเวทีเสนอว่าอยากให้มีระบบรักษาพยาบาลมาตรฐานเดียว  นั่นคือ  1 คน 1 บัตร 1 สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถือบัตรข้าราชการ บัตรประชาชน หรือบัตรประกันสังคมก็ตาม โดยอยากให้ระบบการรักษาและบริการให้มีมาตรฐานเดียวและสามารถใช้บัตรที่มีเลข 13 หลัก ในการยื่นรักษาพยาบาลกับทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศได้ เพื่อความสะดวกและเป็นการไม่เลือกปฏิบัติ เพราะสิ่งเป็นอยู่ในปัจจุบันการบริการของหน่วยงานด้านสุขภาพบางแห่งมักจะเลือกปฏิบัติ โดยให้บริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นห้องพักรักษาตัว การจ่ายยาและบริการด้านอื่นๆให้กับผู้ที่ถือบัตรข้าราชการและบัตรประกันสังคมก่อน  เพราะถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่สามารถเบิกได้ ส่วนประชาชนผู้ที่ถือบัตรทองทั่วไปกลับให้การบริการอีกแบบหนึ่ง  ซึ่งผู้เข้าร่วมเวทีต่างก็สะท้อนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมให้กับคนทุกข์คนยาก
               นางดอกไม้  ปวะบุตร  พยาบาลเวชปฏิบัติจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป้า  อำเภอตระการพืชผลกล่าวว่า  ถ้าระบบการรักษาพยาบาลสามารถปฏิบัติได้เหมือนกันทั่วประเทศโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติว่าใครมีสิทธิ์ใช้บัตรอะไรจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่ในส่วนของตนซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซึ่งทำงานให้บริการกับประชาชนในระดับชุมชน  ถือว่าการบริการในระดับชุมชนนั้นทุกคนได้รับการบริการอย่างเท่าเทียมกัน  ดังนั้นในระดับชุมชนจึงไม่มีปัญหาในด้านนี้  แต่ในส่วนของหน่วยบริการขนาดใหญ่นั้นยังถือว่ามีระบบบริการที่ไม่เท่าเทียมกัน  คนไข้ที่เป็นข้าราชการสามารถเลือกรับยานอกกรอบหรือยาจากต่างประเทศได้  เนื่องจากสามารถเบิกได้แต่ถ้าเป็นประชาชนธรรมดาก็อาศัยยาทั่วไป  ซึ่งตนมองว่าไม่มีความเท่าเทียมถ้าจะให้ดีน่าจะมีบริการที่ดีให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน
               นอกจากนี้ในเวทียังได้เสนอประเด็นอื่นๆ เช่น  เรื่องเกณฑ์มาตรฐานในการบริการผู้ป่วยฉุกเฉิน  เพราะที่ผ่านมาการรักษาผู้ป่วยหรือการบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยยังมีความสับสนอยู่ว่าอะไรคือเกณฑ์ชี้วัดว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินเพราะเกณฑ์ของแต่ละที่ไม่เท่ากัน  ดังนั้น  อาจทำให้เกิดความสับสนในการบริการผู้ป่วยได้  ในช่วงสุดท้ายผู้อำนวยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10 ซึ่งได้เข้าร่วมเวทีตั้งแต่ต้นจนครบกระบวนการได้กล่าวสรุปถึงภาพรวมของงานและได้ตอบคำถามถึงข้อเสนอแนะที่เกิดขึ้นในเวทีเบื้องต้น  เพื่อนำเรื่องที่รับฟังไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กรมควบคุมโรค แนะคนไทยดูสุขภาพให้แข็งแรง ห่างไกลโรคไม่ติดต่อ


กรมควบคุมโรค แนะคนไทย ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเสี่ยงสิ่งเสพติดและสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ
               ( 23 ส.ค.55)   ที่โรงแรมลายทอง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี   นายแพทย์นพพร     ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  เป็นประธานเปิดโครงการคัดเลือกผลการพัฒนาดำเนินงานดีเด่น/ดีเยี่ยม ภายใต้โครงการบูรณาการสร้างสุขภาพดีวิถีไทย ลดภัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปีงบประมาณ 2555 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีไทยสู่การปฏิบัติของภาคีเครือข่าย ในการลดปัจจัยเสี่ยง เสริมปัจจัยเอื้อ สร้างกระแสให้ประชาชน อายุ 15ปีขึ้นไปตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัว จะเป็นการสร้างวัฒนธรรมสร้างสุขภาพนำไปสู่การลดปัจจัยเสี่ยงและโรควิถีชีวิต
               รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขในประเทศไทยและมีผู้ป่วยมากที่สุดได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ซึ่งพบว่าอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและโรคหัวใจขาดเลือดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมองใหญ่ หรือ อัมพฤกษ์ อัมพาต มีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่วนจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
               สำหรับแนวทางป้องกันโรคนั้น ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์  ไม่สูบบุหรี่ ไม่เสพยาเสพติด ไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ และหลีกเลี่ยงความเครียด
       
กรกช ภูมี / สวท.อุบลฯ
สปข.2 รายงาน / 23 ส.ค.55

ชาวบ้านพีมูฟจี้ “ยิ่งลักษณ์” หยุดไล่คนจนออกจากป่า

กลุ่มชาวบ้านพีมูฟหลายร้อยคนตบเท้ายื่นหนังสือถึง “ยิ่งลักษณ์” สั่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ หยุดรื้อทำลายบ้านและตัดฟันสวนยางพาราของชาวบ้านใน 2 จังหวัดภาคใต้ เพราะเป็นเขตพิพาทที่ชาวบ้านอยู่ก่อนประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และแต่ละรายเป็นคนยากจนมีที่ดินทำกินคนละไม่กี่ไร่ไม่ใช่นายทุนรายใหญ่ รวมทั้งอยู่ระหว่างหารือระหว่างภาครัฐออกเป็นโฉนดชุมชน
      
       เมื่อเวลา 10.30 น. (24 ส.ค.) กลุ่มชาวบ้านขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ จ.อุบลราชธานี จำนวนหลายร้อยคน นำโดยนางสมปอง เวียงจันทร์ คณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและชุมชนลุ่มแม่น้ำมูล รวมทั้งเครือข่ายฮักน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี รวมตัวขอพบนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
      
       กรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังกว่า 3,000 นายเข้าขับไล่ชาวบ้านและตัดทำลายต้นยางพาราในเขต อ.ป่าพะยอม อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง และในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชอ้างว่าชาวบ้านทั้งหมดบุกรุกทำสวนยางพาราและปลูกสร้างที่พักอาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้งที่เป็นเขตพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้าน
      
       เนื่องจากชาวบ้านได้เข้าอยู่อาศัยมาก่อนมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งเป็นชาวบ้านยากจนมีที่ดินครอบครองคนละไม่กี่ไร่ ไม่ใช่นายทุนรายใหญ่ที่มีเจตนาบุกรุกยึดครองที่ดินไว้จำนวนมาก และข้อขัดแย้งดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการเจรจาขอออกเป็นโฉนดชุมชน
      
       โดยมีการประชุมล่าสุดร่วมกับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 23 ส.ค.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชกลับนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตัดต้นยางและรื้อบ้านพักอาศัยของชาวบ้านจนได้รับความเสียหายจำนวนมาก
      
       จึงต้องการชุมนุมและยื่นหนังสือเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถอนกำลังเจ้าหน้าที่และหยุดตัดทำลายต้นยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่พิพาททันที พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดทำโฉนดชุมชนในกรณีนี้
      
       นอกจากนี้ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดจากการตัดฟันทำลายต้นยางพาราและสิ่งปลูกสร้างพักอาศัยให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมานายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกมาพบผู้ชุมนุมและรับหนังสือร้องเรียนและรับปากว่าจะแจ้งให้รัฐบาลทราบความต้องการภายในวันเดียวกันนี้ ทำให้ชาวบ้านที่มาประท้วงพอใจพากันเดินทางกลับในเที่ยงวันเดียวกัน

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กศน.อุบลฯ ร่วมกับ OKMD จัดกิจกรรมเผยแพร่ชุด “ความรู้สร้างอาชีพ”

นายทศพร อินทรพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุบลราชธานี (ผอ.กศน.จังหวัดอุบลราชธานี) เปิดเผยว่าในปี 2553-2554 สบร.            ได้ทำความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ “ศูนย์ความรู้กินได้” ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และค้นคว้าหาความรู้ของประชาชนในพื้นที่ ก่อให้เกิด “ทุนทางปัญญา” ให้กับสังคมไทยเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมโดยเชื่อมโยงและพัฒนาองค์ความรู้จากทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม เข้ากับภูมิปัญญาและทักษะเฉพาะตัวของแต่ละท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่กระบวนการคิดและต่อยอดในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน
          สำนักโครงการและจัดการความรู้ ได้รับความเห็นชอบในหลักการ จากคณะกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ให้ดำเนินงานโครงการขยายผลศูนย์ความรู้กินได้ ในปีงบประมาณ 2555 เพื่อขยายผลศูนย์ความรู้ ต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ให้มีทักษะในการบริหารความรู้ (Knowledge Management: KM) เพื่อให้เป็นนักจัดการความรู้ (Knowledge Professional: KP)ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้สาธารณะ และสามารถพัฒนา “ชุดประมวลความรู้”หรือ กล่องความรู้กินได้ ซึ่งเป็นสื่อความรู้สร้างอาชีพแบบบูรณาการ เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับประชากรในท้องถิ่นของตน
          นายทศพร กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการขยายผลศูนย์ความรู้กินได้อย่างเป็นรูปธรรม สบร. และสำนักงาน กศน. จังหวัดอุบลราชธานีจึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมชุดประมวลความรู้ “ความรู้สร้างอาชีพ” ในเดือนกันยายน 2555 เพื่อนำเสนอแหล่งข้อมูลความรู้ในการประกอบอาชีพแบบบูรณาการ สำหรับการสร้างอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมความรู้ 2555 ตอนคิดเป็นคือโอกาส
          จึงจัดโครงการจัดกิจกรรมเผยแพร่ชุดประมวลความรู้ในงาน “ความรู้สร้างอาชีพ” ซึ่งแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ระยะดังนี้ คือ ระยะที่ 1 จัดอบรมบุคลากรและเตรียมความพร้อมในแหล่งเรียนรู้ ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2555 จะจัดขึ้น ณ โรงแรมเป็น ตา ฮัก (Pen Ta Hug) ซึ่งในช่วงนี้ การนำเสนอแนวคิด “ศูนย์ความรู้กินได้” และถ่ายทอดองค์ความรู้จากชุดประมวลความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากภาคทฤษฏีสู่ภาคปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น
          ส่วนในกิจกรรมระยะที่ 2 จัดกิจกรรมเผยแพร่ชุดประมวลความรู้ ระหว่างวันที่ 22-23 และ 29-30 กันยายน ถึงวันที่ 6-7ตุลาคม 2555 เพื่อสร้างโอกาสให้นักจัดการความรู้ (KP) และบุคลากรแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดอุบลราชธานีได้เข้าถึงองค์ความรู้ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไปประยุกต์ใช้ในการนำความรู้จากภาคทฤษฏีสู่ภาคปฏิบัตินำไปต่อยอดการสร้างอาชีพได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยการจัดกิจกรรมเผยแพร่ชุดประมวลความรู้ (กล่องความรู้กินได้) ณ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี
          กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้คือ บุคลากรและนักศึกษา กศน.จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ห้องสมุดประชาชน จำนวน 25 แห่งในจังหวัดอุบลราชธานี ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้ประกอบการในจังหวัดอุบลราชธานี รวมไปถึงประชาชนทั่วไป ทั่งนี้ผู้จัดโครงการได้หวังว่าผู้เข้ารับการอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจและสามารถวางแผนจัดกิจกรรมได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมทั้งแนะนำการประกอยอาชีพอย่างถูกต้องและครบถ้วน นายทศพร กล่าวในที่สุด

สวนสัตว์อุบลฯ เตรียมเปิดให้บริการต้นปี 2556

ความคืบหน้าในการจัดสร้างสวนสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ตามธรรมชาติและจัดสร้างส่วนแสดงสัตว์เพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ต้นปี 2556
               พลตำรวจเอก ดร.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่สำรวจและประชุมการพัฒนาสวนสัตว์อุบลราชธานี โดยมีนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และนายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์อุบลราชธานี นำชมพื้นที่และร่วมประชุมวางแผนเพื่อพัฒนาเส้นทางสัญจรให้สามารถอำนวยความสะดวกในการรองรับผู้เข้าชมในอนาคต เพื่อจะให้มีความก้าวหน้าเรื่องจะเริ่มดำเนินการขนย้ายสัตว์จะเริ่มนำสัตว์เข้าพื้นที่ประมาณเดือนกันยายน 2555 โดย จำแนกสัตว์เป็น 4 ประเภท คือ. สัตว์กีบไทย  สัตว์กีบต่างประเทศ  สัตว์แอฟริกา และ  สัตว์นักล่า
               สำหรับขณะนี้จัดสร้างส่วนแสดงสัตว์เพิ่มเติมแล้วเสร็จ 8 ส่วนแสดง คือ ส่วนแสดงเสือโคร่ง,เสือขาว, สิงโต, เสือดำ-เสือดาว, เสือจากกัวร์, สัตว์กีบไทย , สัตว์กีบต่างประเทศ และสัตว์แอฟริกา มีการจัดทำซุ้มประตูและรั้วล้อมรอบ ปรับปรุงพื้นที่ภายในรูปแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ กรีนซู (Green Zoo ) เพื่อให้เป็นสวนสัตว์แนวจังเกิ้ลปาร์ค (jungle park) และจะเริ่มเปิดทดลองให้เข้าชมช่วงต้นปี 2556