วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย รับสมัคร พนักงานจ้างตามภารกิจ จำนวน 1 อัตรา

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลทั่วไป เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ จำนวน 1 อัตรา , พนักงานจ้างตามภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ จำนวน 1 อัตรา โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 12 – 25 พฤษภาคม 2558 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 045-845265 ในวันและเวลาราชการ

เชิญร่วมพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 78 ปี พระพรหมวชิรญาณ

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 78 ปี พระพรหมวชิรญาณ ณ วัดยางน้อย อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี โดยมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีไถ่ชีวิตโคและปล่อยปลา พร้อมทั้งพิธีถวายน้ำสรง บายศรี และมอบทุนการศึกษา ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ขอเชิญชมนิทรรศการ ศิลปะ ART EXHIBITION 16 พ.ค.-16 มิ.ย.58

ขอเชิญชมนิทรรศการ ศิลปะ ART EXHIBITION กลุ่มลายดิน และศิลปินรับเชิญ วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง วันที่ 16 มิถุนายน 2558

ศิลปินกลุ่มลายดิน ศักชัย อุทธิโท,สันติ ทองสุข เทอดศักดิ์ ไชยกาล,ทรงศักดิ์ แซ่ตั้ง (เกษมรุจิภาคย์) ศุภวัตร ทอลละมุล,ปรีชา ราชขันธ์

ศิลปินรับเชิญ สมบัติ สุขันธ์,อาคม อบรมย์, ชำนาญ ปรางสุข สมศักดิ์ มงคลวงศ์,บุญร่วม บุญเลิง, พฤติพงษ์ วงศ์วรรณา, กฤษณา โมคศิริ, ผกาพรรณ ประสานจิตร,อุดม เจนจบ ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์,นักรบ เผ่าภูรี,ธวัชชัย หอมทอง สุทธิลักษณ์ ขอสุข,ศราวุธ วัชรวิวรรณ,นิโรจน์ อยู่เจริญสุข, สมพล มหาคำ


พิธีเปิด วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2558
13.00 น. ลงทะเบียน
13.30 น. เสวนา (ศิลปะร่วมสมัยในอุบลราชธานี)
16.00 น. พิธีเปิด ณ หอศิลป์ราชธานีศรีวนาไล วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี
ART-EXHIBITION-UBON-04.jpg
 

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แผนที่เส้นทางท่องเที่ยว เขมราษฎร์ธานี เมืองแห่งความเกษมสุข

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านโคกกงพะเนียงขึ้นเป็น เมืองเขมราษฏร์ธานี มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอก ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอุปฮาดก่ำที่อพยพมาจากเมืองอุบลราชธานี เป็นเจ้าเมืองคนแรก มีนามว่า “พระเทพวงศา″ เมื่อปี พ.ศ. 2357 
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงการปกครองครั้งใหญ่ อีสานถูกแบ่งเป็น 8 บริเวณ เมืองเขมราฐ มีเดชธนีรักษ์ เป็นผู้ว่าราชการเมือง และมีอำเภออยู่ในการปกครอง 6 อำเภอ ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 เมืองเขมราฐถูกลดฐานะลงเป็นอำเภอ ขึ้นตรงต่อเมืองยโสธร จนปี พ.ศ. 2455 จึงถูกย้ายมาขึ้นกับกับจังหวัดอุบลราชธานี จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
เมืองเขมราษฏร์ธานี แปลว่า ดินแดนแห่งความเกษมสุข แม้ภายหลังจะเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอเขมราฐ ก็ยังคงมีความหมายเช่นเดิม ปัจจุบัน มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น แก่งช้างหมอบ หาดทรายสูง ถนนคนเดินเพลินเมืองเก่า พระเจ้าใหญ่องค์หมื่น พระเจ้าใหญ่องค์แสน แหล่งโบราณคดีบ้านนาหนองเชือก ฯลฯ ไปเที่ยวตามแผนที่นี้ได้เลยครับ
 แผนที่-เขมราฐ-01.jpg

เชิญร่วมงาน คืนสู่เหย้า เทา – ชมพู ครบ 100 ปี ราชภัฏอุบลฯ

คืนสู่เหย้า-เทา-ชมพู-ราชภัฏอุบล-01.jpg
สมาคมศิษย์เก่าเทา – ชมพู มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จัดงาน “คืนสู่เหย้า เทา – ชมพู ครบ 100 ปี” ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2558 ตามกำหนดการ ดังนี้
เวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป ณ พุทธสถาน
เวลา 09.00 น. บรรยายทางวิชาการ โดย ดร.พะนอม แก้วกำเนิด และ ศ.ดร.สายหยุด จำปาทอง ณ ห้องบุษยรัตน์
เวลา 13.00 น. กิจกรรม OPEN HOUSE และ
เวลา 18.00 น. กิจกรรมพบปะสังสรรค์ และมอบเกียรติบัตรแด่ศิษย์เก่าดีเด่น ณ หอประชุมไพรพะยอม
ในโอกาสนี้ ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่า ร่วมคืนสู่เหย้าเพื่อเชิดชูเกียรติยศชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตรับใช้สังคมและประเทศมาอย่างยาวนาน

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิม สูง 5 เมตร ประดิษฐานที่ จ.อุบล

องค์เจ้าแม่กวนอิม หินหยกขาว สูง 5 เมตร จากประเทศเวียดนาม 
อัญเชิญลงท่าเรือดานัง ใช้เวลาเกือบ 1 เดือน ขึ้นสู่ฝั่งท่าเรือคลองเตย กรุงเทพ
และมาถึงมูลนิธิสว่างบูชาธรรม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
เมื่อเช้ามืดวันที่ 1 มิถุนายน 2556 

เจ้าแม่กวนอิม+อุบล-01.jpg
เจ้าแม่กวนอิม+อุบล-17.jpg
เจ้าแม่กวนอิม+อุบล-22.jpg

เชิญร่วมพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2556

 ชาวอุบลฯ หลายๆ ท่านคงเคยตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี จึงเพิ่งจะมาสร้างเมื่อปี พ.ศ.2515 ทั้งๆ ที่เมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2335 แล้ว
               ราวต้นปี พ.ศ. 2515 พลตำรวจตรี วิเชียร ศรีมันตร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขณะนั้นพร้อมด้วยผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดอุบลราชธานีหลายท่าน ได้ไปกราบนมัสการเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพมหานคร ในฐานะที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นพระสงฆ์ผู้ใหญ่ชาวอุบลฯ ซึ่งเป็นที่เคารพโดยทั่วไป เพื่อปรึกษาหารือว่า “ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดใหญ่ หัวเมืองเอกมาตั้งแต่อดีตกาล มีชื่อว่า “ ราชธานี ” เพียงแห่งเดียว มีความเจริญรุ่งเรืองมานาน แต่ยังไม่มีการยกเสาหลักเมืองให้เป็นมิ่งขวัญแก่ประชาราษฎร สำหรับยึดถือเป็นหลักชัยทางจิตใจให้มีความมั่งคงเชื่อในหลักบ้านหลักเมือง เป็นการผดุงกำลังใจให้แน่วแน่ในการดำรงชีพ โดยอนุภาพของหลักเมืองจะเป็นหลักชัยให้ประชาราษฎรในบ้านเมืองอุบลฯ อยู่เย็นเป็นสุข รุ่งเรืองสถาพรตลอดกาล จึงเห็นสมควรสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ณ ที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ กลางเมืองอุบลราชธานี ”
sarnlakmuang_48.jpg
               เจ้าพระคุณสมเด็จฯ พิเคราะห์พิจารณาแล้วไม่ขัดข้องแต่ให้สอบถามความเห็นชาวบ้านชาวเมืองส่วนใหญ่ให้เป็นการพร้อมเพรียงกันก่อน อย่าให้เกิดการขัดแย้งหรือมีปัญหาตามมาในภายหลัง
               ศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี จึงได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2515  โดยเจ้าพระคุณสมเด็จมหาวีรวงศ์ ให้ฤกษ์และเป็นประธานในพิธี และเมื่อการก่อสร้างศาลหลักเมืองฯ เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว นายเดชชาติ วงศ์โกมลเชษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุฎมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2519
               
โดยปกติแล้ว เมื่อมีการก่อสร้างศาลหลักเมือง จะต้องมีการประกอบพิธีอัญเชิญเทวดาเข้าสิ่งสถิตในหลักเมืองเป็นพิธีสำคัญ ต่อมาปี พ.ศ. 2531 เรือตรีดนัย เกตุศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบราชธานีร่วมกับนายประจวบ ศรีธัญรัตน์ นายกเทศมาตรีเมืองอุบลราชธานี และนายบำเพ็ญ ณ อุบล อดีตอัยการขั้นฎีกาเขต 4 ขอนแก่น พร้อมกับหลักชัยไม้เท้าผู้เฒ่าผู้แก่ ชาวบ้านชาวเมืองอุบลฯ ทุกหมู่เหล่าได้พร้อมใจกัน จัดขบวนแห่อัญเชิญวิญญาณ “ เสด็จเจ้าหอคำ ” ญาติผู้ใหญ่ชั้นสูงหรือตาทวดของเจ้าคำผง เข้าสิงสถิตหลักเมืองอุบล เมื่อเดือนกรกฎาคม 2531 ก่อนวันเข้าพรรษา คือวันแห่ต้นเทียน 2 วัน 
               และหลังจากนั้นทุกวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 (ซึ่งตามประเพณีฮีต12 ถือว่าเดือน 7 เป็นเดือนทำบุญซำฮะ หรือบุญบูชาบรรพบุรุษ) ของทุกปี เทศบาลเมืองอุบลราชธานีร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้ร่วมกันเซ่นสรวงสักการะหลักเมืองเป็นประเพณีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน มีคนทรงของมเหสักข์หลักเมืองจังหวัดต่างๆ มาร่วมพิธีมากมาย สำหรับปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2556