| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี ให้บริการหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ไปให้บริการแก่ประชาชน ที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง ระหว่างวันที่ 24 - 28 กันยายน 2555 เวลา 08.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมไกรภักดี ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ (หลังเก่า) ชั้น 2 โดยผู้ที่สนใจขอรับบริการ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการทำหนังสือเดินทาง เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ และค่าธรรมเนียมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2 981 7200 หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045 242313-4 ทั้งนี้ ผู้ขอรับบริการจะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ภายใน 14 วันทำการ |
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555
ให้บริการหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ ที่จังหวัดศรีสะเกษ 24-28 ก.ย.นี้
หนังสือเดินทางอุบลให้บริการหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ ที่จังหวัดศรีสะเกษ 24-28 ก.ย.นี้
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี ให้บริการหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ไปให้บริการแก่ประชาชน ที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง ระหว่างวันที่ 24 - 28 กันยายน 2555 เวลา 08.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมไกรภักดี ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ (หลังเก่า) ชั้น 2 โดยผู้ที่สนใจขอรับบริการ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการทำหนังสือเดินทาง เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ และค่าธรรมเนียมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2 981 7200 หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045 242313-4 ทั้งนี้ ผู้ขอรับบริการจะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ภายใน 14 วันทำการ |
ชมนิทรรศการหอประวัติศาสตร์ อุบลราชธานีศรีวะนาไล (เบ็ญจะมะฯ หลังเก่า) 21 ก.ย.นี้
จังหวัดอุบลราชธานี ขอเชิญชม "หอประวัติศาสตร์ อุบลราชธานีศรีวะนาไล" ซึ่งเป็นการจัดนิทรรศการ และการแสดงแสง-สี-เสียง ณ อาคารโบราณสถานโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และพัฒนาการต่างๆ ของเมืองอุบลราชธานี นับตั้งแต่ยุคสร้างบ้านแปลงเมือง จนถึงปัจจุบัน โดยการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ เป้นการจัดแบบกึ่งชั่วคราวกึ่งถาวร ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการจำนวน 13 ห้อง ได้แก่
ห้องที่ 1 การศึกษาอุบลฯ แสดงความเป็นมา ระบบการศึกษาและการจัดการศึกษาของคนอุบลฯ จากอดีต-ปัจจุบัน /โดย สพป.1-5 และ สพม.29
ห้องที่ 2 อุบลโมเดล แสดงอดีต ปัจจุบัน อนาคต เมืองอุบลราชธานี /โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ห้องที่ 3 คมนาคม แสดงผังเมือง การคมนาคมทงน้ำ ทางบก ทางอากาศ ทางราง ในอนาคตของจังหวัดอุบลราชธานี /ดดยสำนักทางหลวงที่ 7, การท่าอากาศยานอุบลฯ, สนง.โยธาธิการและผังเมืองอุบลฯ, เจ้าท่าอุบลฯ และรถไฟอุบลฯ
ห้องที่ 4 อุบลราม่า ฉายภาพยนตร์เก่าในอดีต เกี่ยวกับเมืออุบลราชธานี /โดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ อุบลฯ
ห้องที่ 5 ของฝากของต้อน จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองสำคัญ เอกลักษณ์เมืองอุบลราชธานี เหรียญกษาปณ์ ฯลฯ /โดยพัฒนาชุมชนอุบลฯ และธนารักษ์พื้นที่อุบลฯ
ห้องที่ 6 มูนมังอุบล แสดงปัจจัย 4 วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอุบลฯ /โดยการศึกษานอกโรงเรียน
ห้องที่ 7 เสด็จฯ เมืองอุบลฯ แสดงภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการเสด็จเมืองอุบลราชธานี /โดยหอจดหมายเหตุฯ, พิพิธภัณฑ์ฯ, ศิลปากรอุบล
ห้องที่ 8 เกียรติยศ แสดงประวัติเจ้าเมือง ข้าหลวงกำกับราชการ ปลัดมณฑลประจำจังหวัด ข้าหลวงประจำจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดในอดีตจนถึงปัจจุบัน /โดยสนง.วัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องที่ 9 อุบลเมืองนักปราชญ์ แสดงบุคคลสำคัญ เช่น พระสงฆ์ นักการเมือง นักวิชาการ ครู-อาจารย์ แพทย์ นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ นักร้อง หมอลำ นักกีฬา ดารา ฯลฯ /โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ห้องที่ 10 อยู่ดีมีสุข แสดงวิวัฒนาการด้านการสาธารณสุข สภาพความเป้นอยู่ของชาวอุบลฯ จากอดีต-ปัจจุบัน /โดยสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
ห้องที่ 11 ประวัติเมือง แสดงประวัติศาสตร์เมืองอุบลฯ ระยะเริ่มก่อตั้งถึงปัจจุบัน /โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ห้องที่ 12 เทียนอุบล แสดงภาพถ่ายเทียนอุบล /โดยไกด์อุบลดอทคอม
ห้องที่ 13 เสวนา ห้องเสวนา "ทุกเรื่องเมืองอุบล" /โดยวุฒิอาสาธนาคารสมอง และทุกหน่วยงาน
กำหนดการจัดนิทรรศการและการแสดงแสง-สี-เสียง อุบลราชธานีศรีวะนาไล
ณ อาคารโบราณสถานโรงเรียนเบญจะมะมหาราช อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
วันที่ 20-21 กันยายน 2555
| วันที่ 20 กันยายน 2555 | |
| 08.30-16.30 น. | - ชมนิทรรศการภายในอาคารโบราณสถานโรงเรียนเบญจะมะมหาราช |
| วันที่ 21 กันยายน 2555 | |
| 08.30-16.30 น. | - ชมนิทรรศการภายในอาคารโบราณสถานโรงเรียนเบญจะมะมหาราช |
| 17.00-18.30 น. | - เสวนาหัวข้อ "ทุกเรื่องเมืองอุบลฯ" |
| - หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน มหาวิทยาลัย เทศบาล อบต. สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา ประชาชน กลุ่มเครือข่าย พร้อมกัน ณ บริเวณลานด้านหน้าอาคารโบราณสถานโรงเรียนเบญจะมะมหาราช | |
| 18.00 น. | - พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกสมาคมชาวอุบลราชธานี ประธานในพิธี เดินทางมาถึง |
| - sound การแสดงเริ่มต้นขึ้น | |
| - ประธานถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาที่ 5 | |
| - การแสดงแสงสีเสียง เริ่มต้นขึ้น | |
| 21.00 น. | จบการแสดง |
ชาวฝรั่งเศส ว่ายน้ำการกุศลช่วยเด็กปัญญานุกูล ที่อุบลฯ
มิสเตอร์ แดลเนียล ไมล์กี้ (DANIEL MENGUY)อดีตแชมป์โลกว่ายน้ำมาราธอน จากประเทศฝรั่งเศส ว่ายน้ำมาราธอนการกุศล ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ตั้งแต่ 5 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น เพื่อนำเงินช่วยเหลือเด็กออทิสติส โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล ยอดเงินบริจาค 28,376 บาท
ที่ อ่างเก็บน้ำหนองหัวลุง ตำบลห้วยขะยูง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มิสเตอร์ แดลเนียล ไมล์กี้ (DANIEL MENGUY )อดีตแชมป์โลกว่ายน้ำมาราธอน จากประเทศฝรั่งเศส วัย 69 ปี ได้เริ่มว่ายน้ำมาราธอนการกุศล โดยไม่มีการพักเหนื่อย เป็นระยะเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งจะยุติการว่ายน้ำในเวลา 17.00 น.ของวันเดียวกันนี้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการบริจาคโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ช่วยเหลือเด็กออทิสติสที่อยู่ในความดูแล ของโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับบรรยากาศในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีชาวบ้านและหน่วยงานในเขตตำบลห้วยยะยุง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ ตำบลห้วยขะยูง และพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางมาให้กำลังใจ และร่วมบริจาคเงินกันคนละเล็กละน้อยพร้อมกับการนำอาหาร เช่น ข้าวเหนียว ส้มตำ ขนมจีน มาเลี้ยงกันแบบง่ายๆ ขณะที่เด็กนักเรียนปัญญานุกูลในวันนี้ได้นำทีมเชียร์ของโรงเรียนแต่งชุดเชียร์ลีดเดอร์ สาวสวย หนุ่มหล่อ พร้อมอุปกรณ์ให้เสียงดนตรีเพื่อเชียร์ให้กำลังใจ มิสเตอร์แดลเนียล ถึงขอบสระ
สำหรับ มิสเตอร์ แดลเนียล ไมล์กี้ อายุ 69 ปี เป็นชาวฝรั่งเศล ปัจจุบัน อยู่อาศัยกับภรรยา ชาวไทย ที่ บ้านเลขที่ 279 หมู่ 10 บ้านห้วยขะยูง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีผลงานประจักษ์ในแวดวงกีฬาว่ายน้ำระดับโลก เช่น เป็นแชมป์เปี้ยน 3 ครั้งของฝรั่งเศลในการว่ายน้ำระยะไกล / ปี 1976 เป็นแชมป์เปี้ยนยุโรปในการว่ายน้ำตีนกบ และในปี 1986 เขาได้ประสบความสำเร็จในการว่ายน้ำข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากเกาะคอร์ซิก้า ถึงประเทศอังกฤษ ได้ครองตำแหน่ง ผู้ครองสถิติโลก โดยการว่ายน้ำระยะไกลในทะเล 224 กิโลเมตร ในเวลา 52 ชั่วโมง
ซึ่งการว่ายน้ำทุกครั้งที่ผ่านมา มิสเตอร์ แดลเนียล ฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อชัยชนะ แต่สำหรับการว่ายน้ำในครั้งนี้ มีเป้าหมาย คือการช่วยเหลือเด็กพิการ ซึ่ง กิจกรรมการกุศลในครั้งนี้ มิสเตอร์ แดลเนียล ฯ ได้บริจาคเงินก้อนแรก จำนวน 1 หมื่น 3 พันบาท และมีผู้ใจบุญเดินทางมาร่วมบริจาครวม 28,376 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดนี้ จะนำไปช่วยเหลือเด็กออทิสติก ในโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวอุบลฯ เตือน อย่าไว้ใจ สถานศึกษาในต่างประเทศไม่มีคุณภาพ
สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหราชอาณาจักร (UK Border Agency-UKBA) ได้ประกาศยกเลิกใบอนุญาต Highly Trusted Sponsor License ของ London Metropolitan University สำหรับการสอนนักศึกษาต่างชาติเนื่องจากได้ตรวจสอบพบว่านักเรียนต่างชาติที่เรียนที่สถาบันแห่งนี้ ไม่มีวีซ่านักเรียนที่ถูกต้องและอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษอย่างผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ พบว่า เจ้าหน้าที่ของสถาบันแห่งนี้ไม่มีคุณภาพ บางรายไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และยังมีสาเหตุย่อยอื่นๆ อีกที่เป็นผลให้ UKBA ต้องยกเลิก License สำหรับสอนนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักศึกษาต่างชาติที่กำลังศึกษาอยู่ รวมถึงนักเรียนชาวไทยที่มีอยู่จำนวน 53 คน
สำนักงานหนังสือเดินทางฯ จึงขอเตือนนักศึกษาที่ประสงค์จะศึกษาต่อใน สหราชอาณาจักร ควรตรวจสอบข้อมูลของสถานศึกษานั้นๆ ก่อน เพื่อจะไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง
ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน
เทศบาลนครอุบลฯ จัดอบรมเทศกิจอาสาจราจร
| นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี มอบหมายให้นายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีเป็นประธานใน พิธีเปิดการอบรมเทศกิจอาสาจราจร โดยจัดอบรมให้กับตัวแทนนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครอุบลฯ และเจ้าหน้าที่เทศกิจซึ่งมีวิทยากรจากสถานีตำรวจภูธรอุบลฯ ให้ความรู้เกี่ยวการแต่งกาย การฝึกท่าสัญญาณมือ สัญญาณนกหวีด และกฏจราจรต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าีที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรตามหน้าโรงเรียนภายในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี |
ป.ป.ท.ลุยตรวจทุจริตงบภัยพิบัติด้านศัตรูพืชภาคอีสาน
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการป.ป.ท. กล่าวถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) เช่น โรคระบาดที่เกิดขึ้นกับพืชเศรษฐกิจทั้งยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงผิดปกติ ว่า ป.ป.ท.ได้รับข้อมูลจากคณะอนุกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งตรวจสอบพบว่า 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการใช้งบประมาณดังกล่าวในปี 2553 - 2555 ผิดปกติรวมเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพบว่ามีการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวถึง 1,200 ล้านบาท พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการป.ป.ท.จึงสั่งการให้ตนตั้งคณะทำงานพร้อมลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบ 4 อำเภอ ในจ.อุบลราชธานี คือ อ.โขงเจียม อ.น้ำยืน อ.วารินชำราบ และอ.เมืองอุบลราชธานี พบพฤติกรรมผิดปกติในหลายประเด็น ทั้งการตั้งเบิกงบประมาณทั้งที่ไม่ได้เกิดภัยพิบัติจริง มีการทำเอกสารย้อนหลังในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติเพื่อให้ได้งบประมาณมากขึ้น หรือกรณีที่มีภัยพิบัติแต่ประเมินความเสียหายสูงเกินจริง
" กรณีซื้อยาปราบศัตรูพืชกมธ.ต้องการให้ป.ป.ท.เข้าสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง เพราะประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนมาก โดยผลการตรวจสอบพบว่ามีการจัดซื้อยาแพงกว่าราคาปกติ 8 - 10 เท่า โดยราคาขายส่งขวดละ 230 บาทต่อ 1,000 ซีซี ราคาในท้องตลาดประมาณ 280-300 บาท แต่การจัดซื้อของราชการในราคาสูงถึง 1,712 บาท นอกจากนี้ยังพบว่ายาหลายตัวเป็นยาปลอมเนื่องจากกรรมาธิการได้เรียกบริษัทผู้ผลิตยาปราบศัตรูพืชมาสอบถามพบว่ายาบางตัวบริษัทเลิกผลิตไปแล้ว " นายประยงค์กล่าว
นายประยงค์ กล่าวต่อว่า ป.ป.ท.ยังพบความผิดปกติของบริษัทที่ทำสัญญาซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชคือมีบุคคลต้องสงสัย ชื่อนายอ้วน (นามสมมุติ) ทำหน้าที่ยื่นใบเสนอราคาของบริษัทที่เกี่ยวข้อง 8 บริษัท ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ซึ่งในการยื่นเสนอราคาจะมีใบสั่งเจาะจงเลือกบริษัทรับงาน กำหนดประเภทยา และราคายา โดยบริษัทหลายแห่งเมื่อตรวจสอบแล้วไม่ได้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยาปราบศัตรูพืช ทำให้เชื่อได้ว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อและฮั้วประมูล ซึ่งบริษัทเหล่านี้บางแห่งเพิ่งจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทได้เพียง 1 ปี แต่มีเงินหมุมเวียนหลักพันล้านบาท เบื้องต้นผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวคือผู้ลงนามในสัญญาและผู้ตรวจรับงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
" เฉพาะจ.อุบลราชธานีมีการประกาศภัยพิบัติ 26 ประเภท จำนวน 329 ครั้ง วงเงินกว่า 1,240 ล้านบาท โดยข้อเท็จจริงพบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดโรคระบาด หรือหากมีโรคระบาดก็ไม่รุนแรงถึงขั้นต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เช่น ปี 53 - 54 มีเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังระบาดเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นเป็นภัยพิบัติ หรือโรคราสีชมพูในยางพารา ที่ไม่การระบาดจริงแต่มีการประกาศเป็นภัยพิบัติ งบประมาณเหล่านี้ถือเป็นเงินจำนวนมากที่ควรนำไปใช้ประโยชน์กับประชาชนแต่กลับตกไปอยู่กับคนกลุ่มเดียว ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ระดับล่างเกือบทุกคนร้องไห้และยอมรับว่าทำไปเพราะถูกกำหนดให้ทำ โดยยอมรับว่าการเบิกจ่ายงบภัยพิบัติฉุกเฉินมีช่องโหว่เพราะสามารถนำเงินมาใช้ก่อนทำให้เงินรั่วไหลง่ายเกินไป หลังจากนี้ป.ป.ท.จะเสนอให้มีบอร์ดป.ป.ท.มติตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยจะขอให้มีการไต่สวนทุกพื้นที่ และจะกันเจ้าหน้าที่ระดับล่างไว้เป็นพยานในคดี" นายประยงค์ กล่าว
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบเยียวยาภัยพิบัติฉุกเฉินครั้งละ 50 ล้านบาท แต่นำไปใช้จริงกลับใช้เพียงหลักแสนบาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบข้อมูลความผิดปกติที่มีการนำรายชื่อบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วมาแอบอ้างลงชื่อรับยาฆ่าเพลี้ย เช่น ชื่อของนายแพงหลาย นันทเสนา ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 2554 แต่พบว่ามีการลงชื่อรับยาเดือนก.ค.ปี 2555 หรือชาวบ้านบางรายลงรายมือชื่อเป็นผู้รับยาจริง แต่จำนวนพื้นที่เสียหาย-จำนวนสารเคมีที่ได้รับไม่ตรงความเป็นจริง ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลกับกรมวิชาการเกษตร ยังพบว่าหากมีการใช้ยาปราบศัตรูพืชตามจำนวนที่มีการเบิกจ่ายจริง ประชาชนในพื้นที่จะเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ทั้งจังหวัด เนื่องจากยาปราบศัตรูพืชเป็นยาอันตรายที่มีฤทธิ์รุนแรง การใช้แต่ละครั้งจะใช้เพียงเล็กน้อยผสมกับน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้อัตราส่วนพื้นที่ 1 ไร่ ต่อยาปราบศัตรูพืช 2 ช้อนผสมน้ำตามสัดส่วน ดังนั้นจึงอาจเป็นโชคดีที่มีการทุจริตทำให้ยาไม่ถูกส่งไปถึงเกษตรกรครบตามจำนวนเงินที่จัดซื้อ
สำหรับ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการเบิกจ่ายงบภัยพิบัติฉุกเฉินด้านพืช ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี และบึงกาฬ ส่วนโรคระบาดที่ประกาศเป็นภัยพิบัติ อาทิ โรคขอบไหม้ในข้าวนา โรคไหม้คอรวงข้าว โรคศัตรูพืชหนอนกอระบาดข้าวนา โรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง โรคราสีชมพู เป็นต้น
" กรณีซื้อยาปราบศัตรูพืชกมธ.ต้องการให้ป.ป.ท.เข้าสืบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง เพราะประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนมาก โดยผลการตรวจสอบพบว่ามีการจัดซื้อยาแพงกว่าราคาปกติ 8 - 10 เท่า โดยราคาขายส่งขวดละ 230 บาทต่อ 1,000 ซีซี ราคาในท้องตลาดประมาณ 280-300 บาท แต่การจัดซื้อของราชการในราคาสูงถึง 1,712 บาท นอกจากนี้ยังพบว่ายาหลายตัวเป็นยาปลอมเนื่องจากกรรมาธิการได้เรียกบริษัทผู้ผลิตยาปราบศัตรูพืชมาสอบถามพบว่ายาบางตัวบริษัทเลิกผลิตไปแล้ว " นายประยงค์กล่าว
นายประยงค์ กล่าวต่อว่า ป.ป.ท.ยังพบความผิดปกติของบริษัทที่ทำสัญญาซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชคือมีบุคคลต้องสงสัย ชื่อนายอ้วน (นามสมมุติ) ทำหน้าที่ยื่นใบเสนอราคาของบริษัทที่เกี่ยวข้อง 8 บริษัท ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ซึ่งในการยื่นเสนอราคาจะมีใบสั่งเจาะจงเลือกบริษัทรับงาน กำหนดประเภทยา และราคายา โดยบริษัทหลายแห่งเมื่อตรวจสอบแล้วไม่ได้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยาปราบศัตรูพืช ทำให้เชื่อได้ว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อและฮั้วประมูล ซึ่งบริษัทเหล่านี้บางแห่งเพิ่งจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทได้เพียง 1 ปี แต่มีเงินหมุมเวียนหลักพันล้านบาท เบื้องต้นผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวคือผู้ลงนามในสัญญาและผู้ตรวจรับงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
" เฉพาะจ.อุบลราชธานีมีการประกาศภัยพิบัติ 26 ประเภท จำนวน 329 ครั้ง วงเงินกว่า 1,240 ล้านบาท โดยข้อเท็จจริงพบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดโรคระบาด หรือหากมีโรคระบาดก็ไม่รุนแรงถึงขั้นต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เช่น ปี 53 - 54 มีเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังระบาดเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นเป็นภัยพิบัติ หรือโรคราสีชมพูในยางพารา ที่ไม่การระบาดจริงแต่มีการประกาศเป็นภัยพิบัติ งบประมาณเหล่านี้ถือเป็นเงินจำนวนมากที่ควรนำไปใช้ประโยชน์กับประชาชนแต่กลับตกไปอยู่กับคนกลุ่มเดียว ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ระดับล่างเกือบทุกคนร้องไห้และยอมรับว่าทำไปเพราะถูกกำหนดให้ทำ โดยยอมรับว่าการเบิกจ่ายงบภัยพิบัติฉุกเฉินมีช่องโหว่เพราะสามารถนำเงินมาใช้ก่อนทำให้เงินรั่วไหลง่ายเกินไป หลังจากนี้ป.ป.ท.จะเสนอให้มีบอร์ดป.ป.ท.มติตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยจะขอให้มีการไต่สวนทุกพื้นที่ และจะกันเจ้าหน้าที่ระดับล่างไว้เป็นพยานในคดี" นายประยงค์ กล่าว
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบเยียวยาภัยพิบัติฉุกเฉินครั้งละ 50 ล้านบาท แต่นำไปใช้จริงกลับใช้เพียงหลักแสนบาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบข้อมูลความผิดปกติที่มีการนำรายชื่อบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วมาแอบอ้างลงชื่อรับยาฆ่าเพลี้ย เช่น ชื่อของนายแพงหลาย นันทเสนา ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 2554 แต่พบว่ามีการลงชื่อรับยาเดือนก.ค.ปี 2555 หรือชาวบ้านบางรายลงรายมือชื่อเป็นผู้รับยาจริง แต่จำนวนพื้นที่เสียหาย-จำนวนสารเคมีที่ได้รับไม่ตรงความเป็นจริง ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลกับกรมวิชาการเกษตร ยังพบว่าหากมีการใช้ยาปราบศัตรูพืชตามจำนวนที่มีการเบิกจ่ายจริง ประชาชนในพื้นที่จะเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ทั้งจังหวัด เนื่องจากยาปราบศัตรูพืชเป็นยาอันตรายที่มีฤทธิ์รุนแรง การใช้แต่ละครั้งจะใช้เพียงเล็กน้อยผสมกับน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้อัตราส่วนพื้นที่ 1 ไร่ ต่อยาปราบศัตรูพืช 2 ช้อนผสมน้ำตามสัดส่วน ดังนั้นจึงอาจเป็นโชคดีที่มีการทุจริตทำให้ยาไม่ถูกส่งไปถึงเกษตรกรครบตามจำนวนเงินที่จัดซื้อ
สำหรับ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการเบิกจ่ายงบภัยพิบัติฉุกเฉินด้านพืช ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี และบึงกาฬ ส่วนโรคระบาดที่ประกาศเป็นภัยพิบัติ อาทิ โรคขอบไหม้ในข้าวนา โรคไหม้คอรวงข้าว โรคศัตรูพืชหนอนกอระบาดข้าวนา โรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง โรคราสีชมพู เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)