วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เจาะทำเลทองใหม่จัดสรรภูธร


แม้ปัจจุบันบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่จากส่วนกลางตลอดจนค้าปลีกขนาดใหญ่จะตบเท้าขยับไปปักธงตามหัวเมืองใหญ่กันมากพอสมควร แต่แนวโน้มปี 2556 เป็นต้นไป ประเมินว่าจะยิ่งร้อนแรงมากขึ้น โดยนายชาติชาย

พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ฟันธงว่า สมรภูมิการแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2556 จะขยายฐานออกไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายผลักดันโครงการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ เช่นรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง โครงการทางพิเศษเชื่อมระหว่างเมือง ทางพิเศษเชื่อมเมืองชายแดนโครงการทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)สายต่างๆ ส่งผลให้เกิดทำเลใหม่ เมื่อเทียบกับกทม.ที่มีอัตราเติบโตคงที่ อย่างไรก็ดีจากการสำรวจพบว่าการขยายตัวบ้านแนวราบในต่างจังหวัดสูงกว่ากทม.ประมาณสองเท่าตัว ขณะที่แนวสูงโตกว่ากทม.หนึ่งเท่าตัว นอกจากนี้ ยังคงมีเรื่องของธุรกิจเกี่ยวเนื่องเช่นค้าปลีก พาณิชยกรรมรูปแบบใหม่ 

ปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุนด้านที่อยู่อาศัยต่างจังหวัด นอกจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐแล้ว ยังต้องพิจารณาด้านรายได้ต่อหัวของประชากร ที่ผู้ประกอบการต้องเลือกเข้าไปลงทุนเพื่อความได้เปรียบโดยเฉพาะเมืองอุตสาหกรรมและเมืองท่องเที่ยว เช่น ระยอง รายได้ต่อหัวสูงสุดของประเทศ 1.2 ล้านบาทต่อคนต่อปี รองลงมาชลบุรี 5.4 แสนบาทต่อคนต่อปี สมุทรปราการ กว่า 5 แสนบาทต่อคนต่อปี สมุทรสาคร 5.2 แสนบาทต่อคนต่อปี พระนครศรีอยุธยา 4.6 แสนบาทต่อคนต่อปี ภูเก็ต 3.2 แสนบาทต่อคนต่อปี ประจวบคีรีขันธ์ 1.3 แสนบาทต่อคนต่อปี สงขลา 1.3 แสนบาท ต่อคนต่อปี เชียงใหม่รายได้ 92,000 บาทต่อคนต่อปี นครราชสีมา 6.6 หมื่นบาทต่อคนต่อปี นอกจากนี้ยังมี สระบุรี เขาใหญ่ ที่ขณะนี้เป็นทำเลทองฮอตฮิตของอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบ

ปัจจัยต่อมา คือ เมืองการค้าชายแดน ที่ติดกับไทย พบว่ามีธุรกรรมปีละ 7.5 แสนล้านบาท ส่งออก 4.6 แสนล้านบาทต่อปี ที่เป็นทำเลทองด้านพัฒนาที่ดินเช่น หนองคาย มุกดาหาร อุบลราชธานี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ขณะที่จังหวัดที่มีผลพวงเกี่ยวกับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน หรือเออีซี อย่างไรก็ดี ทุกภาคจะมีโครงการของรัฐ เช่น ภาคเหนือ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (ไทย-ลาว) ที่เชียงของเชียงราย ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่เชียงของ รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ภาคอีสาน รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย รถไฟทางคู่กรุงเทพฯ-ขอนแก่น โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่อุบลราชธานี และนครราชสีมา โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรีเชื่อมทวาย ฯลฯ

สำหรับภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ปี 2555 ช่วง 11 เดือน เมื่อเทียบกับปี 2554 อัตราการเติบโตใกล้เคียงกันแต่หากตัวเลขการปล่อยสินเชื่อ ปี 2555 ดูจะสูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่า อสังหาฯ ในปีนี้จะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้เกิดจากปัจจัยของน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ส่งผลให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปล่อยซอฟต์โลน หรือวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 3 แสนล้านบาทให้กับผู้ประสบภัยในช่วงเดือนเมษายน 2555 แยกเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย 50% เอสเอ็มอี 50% โดยกระจายให้กับธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ ในอัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 5 ปีโดยกสิกรไทยได้รับจัดสรร 1.4 หมื่นล้านบาท แยกเป็นสินเชื่อบ้านใหม่ 8,000 ล้านบาท และอีกส่วนจะเป็นการรีไฟแนนช์ นอกจากนี้ยังมีวงเงินพิเศษ หรือเอ็กซ์ตรา 5 หมื่นล้านบาทซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการขอสินเชื่อมากขึ้น 

เมื่อย้อนดูตัวเลข 6 เดือนแรกของปี 2555พบว่ามียอดปล่อยสินเชื่อรวมสูงถึง 2.2 แสนล้านบาทในจำนวนนี้เป็นซอฟต์โลนสูงถึง 1แสนกว่าล้านบาทหากเทียบกับปี 2554 ทั้งปีมีเพียง 1.5 แสนล้านบาทส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี 2555 มีอัตราเติบโตทั้งระบบสูงถึง 5.4% หากครึ่งปีหลังโตเท่ากับปีที่ผ่านมาประเมินว่าปีนี้จะมีอัตราเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัย 9.5% ส่วนปี 2554 เติบโต 7% แต่ย้ำว่าภาพรวมทั้งประเทศจะโตใกล้เคียงกับปี2554 ขณะที่การเติบโตของอสังหาฯจะเกาะติดกับจีดีพี ซึ่งปี 2555 จีดีพีโต 5% ปี2556 โตเพียง 4.6% ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ฟันธงว่า ภาคส่งออก ปี2556 น่าจะดีกว่าปี2555 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องจักรตัวใหญ่ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ

นายชาติชายวิเคราะห์ถึงปัจจัยบวก จะเป็นเรื่องของดอกเบี้ยแนวโน้มปี 2556 จะทรงและลง นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าแรง 300บาท มาตรการบ้านหลังแรกส่วนเงินเฟ้อที่แบงก์ชาติกังวลไม่น่าตกใจที่สำคัญผลกระทบน้ำท่วมฟื้นตัวเร็วและผู้บริโภคยังติดถิ่นที่อยู่ ส่วนผู้ที่วางเงินดาวน์แล้วส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางทำให้การทิ้งดาวน์และมองหาทำเลใหม่จึงน้อยมาก
"ทิศทาง แนวโน้มปี 56 จะเท่ากับหรือดีกว่าปี2555 เหตุผลสำคัญคือ ผู้บริโภคไม่เปลี่ยนทำเลเนื่องจากนิสัยคนไทยติดถิ่น ดอกเบี้ยจะทรง-ลง หากชั่งน้ำหนักแล้ว 60% ดอกเบี้ยจะลง ส่วน 40% จะก้ำกึ่ง"

ส่วนแอลทีวีมาตรการป้องปรามฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์กรณีการบังคับให้ผู้บริโภควางเงินดาวน์ 5% หรือแบงก์ปล่อยกู้แนวราบไม่เกิน 95% ที่เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2556ประเมินว่าไม่กระทบกับกำลังซื้อเนื่องจากที่ผ่านมาทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรได้เรียกเก็บเงินดาวน์ 5-10% จากลูกค้าอยู่แล้ว ส่วนปัจจัยลบ จะเป็นเรื่องของต้นทุนค่าก่อสร้าง แรงงานที่จะกระทบเป็นลูกโซ่ ฉุดให้ราคาบ้านสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯกับยุโรป ไม่กระทบเหมือนอุตสาหกรรมอื่นเพราะมักเกี่ยวกับปัจจัยภายในประเทศมากกว่าหากการเมืองดี น้ำไม่ท่วมก็ไร้ปัญหา

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เชิญชมการแข่งขันเซปักตะกร้อ เทศบาลเมืองเดชอุดม คัพ ครั้งที่ 14


               เทศบาลเมืองเดชอุดม ขอเชิญชมการแข่งขันเซปักตะกร้อ เทศบาลเมืองเดชอุดม คัพ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555 แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภทคือ ประเภทประชาชนชาย อายุ 35 ปี ขึ้นไป ชนะเลิศได้รับเงินสด 5,000 บาท ประเภทประชาชนชายทั่วไป ชนะเลิศได้รับเงินสด 7,000 บาท และประเภทเยาวชนชาย อายุ ไม่เกิน 16 ปี ชนะเลิศได้รับเงินสด 2,500 บาท
               ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแข่งขันเซปักตะกร้อ เทศบาลเมืองเดชอุดม คัพ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555 ณ ลานกีฬาศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองเดชอุดม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 23 – 29 พฤศจิกายน 2555 

อาชีวอุบลฯ ส่งเรือไฟร่วมฉลองงาน “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา”



       วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ปลื้ม ผ่านคัดเลือกแข่งเรือประดับไฟงานประเพณีลอยกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ จัดทำเรือยาว 90 ฟุต ในกรอบแนวคิดต้นเทียนพรรษาอัตลักษณ์ของจังหวัด พญานาคแห่งความสมบูรณ์ กระต่ายปีพระราชสมภพรัชกาลที่ 9 และปลานิลอาหารที่พระองค์ทรงพระราชทานให้ปวงชนชาวไทยได้กินมาถึงทุกวันนี้      
       ดร.ธนกร ไชยกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวอุบลราชธานี กล่าวถึงการส่งเรือประดับไฟฟ้าเข้าร่วมงานเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดประกวดเรือประดับไฟฟ้าเพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างประเทศได้สัมผัสในเทศกาลระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย.ศกนี้ ใต้ชื่อ “สว่างไสวมหานทีแห่งเจ้าพระยา” (The Miracle light of chaopraya) ซึ่งวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการจัดงานให้ส่งเรือประดับไฟฟ้าเข้าร่วมประกวด 1 ใน 9 แห่งของประเทศไทย
      
       สำหรับการดำเนินการจัดเตรียมเรือ คณะครูอาจารย์ และนักศึกษาที่นำโดยนายอุทัย ภูริพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร ได้จัดทำเรือชื่อ “เทียนธรรมเทียนพรรษา ส่องเจ้าพระยามหานที สายธารหลอมชีวี ใต้ร่มพระบารมี ธ ทรงธรรม” ซึ่งมีกรอบความคิดจากประเพณีการทำต้นเทียนวันเข้าพรรษา จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของชาวเมืองอุบลราชธานี ตัวเรือจึงประดับด้วยต้นเทียนพรรษา พญานาค และชุมชนคุ้มวัด
      
       รวมถึงกระต่ายที่เป็นปีนักษัตร อันหมายถึงปีพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปลานิล โดยความหมายของพญานาคคือ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นดินแดนแห่ง 3 สายนที ได้แก่ แม่น้ำมูล แม่น้ำชี และแม่น้ำโขง
      
       รูปทรงของพญานาคมีปีก 2 ข้างแทนคุณลักษณะพิเศษที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ต้นเทียนพรรษาประดับดอกบัว ดอกไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งบนฐานพญาหงส์ เพื่อนำเสนอภาพเคลื่อนไหวพระกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รูป “กระต่าย” สัญลักษณ์ของปีเถาะ ทำจากภาชนะดินเผา หมายถึงปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพ
      
       โดยมี 2 มือประคองอยู่ด้านล่าง สื่อความหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน โดยเชื่อมโยงพุทธวจนะจากพระธรรมบทความว่า “ครูเปรียบเสมือนช่างปั้นหม้อ ผู้ประคับประคองภาชนะดินดิบให้เกิดรูปทรง” ซึ่งความหมายถึงพสกนิกรชาวไทยทั้งมวลที่ได้ดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน
      
       สำหรับสัญลักษณ์ “ปลานิล” เป็นพันธุ์ปลาที่ทรงทดลองเลี้ยง และเพาะพันธุ์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เมื่อประสบความสำเร็จได้พระราชทานให้กรมประมงนำไปขยายพันธุ์ และแจกจ่ายให้แก่พสกนิกรทั่วไปนำไปเลี้ยง เพื่อเพิ่มอาหารให้ราษฎรของพระองค์มีกินมาจนถึงทุกวันนี้
      
       ดร.ธนกร กล่าวอีกว่า การตกแต่งเรือประดับไฟฟ้านี้ ได้ดำเนินการเกือบเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และจะนำเรือเข้าร่วมการซ้อมใหญ่ในวันที่ 23 พ.ย. ที่สะพานพุทธยอดฟ้าไปสิ้นสุดที่สะพานกรุงธน ก่อนเข้าร่วมประกวดในวันที่ 24-28 พ.ย. โดยมีจุดแสดงแสง สี เสียง พลุไฟที่บริเวณสะพานพุทธยอดฟ้า และบริเวณสวนหลวงพระราม 8 สำหรับตัวเรือมีความยาว 90 ฟุต มีความสูงจากผิวน้ำ 4.5 เมตร กว้าง 6 เมตร ประดับด้วยไฟฟ้าทั้งลำเรือ
      
       โดยมีเรือที่เข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น ประกอบด้วย เรือจากจังหวัดชัยนาท เรือจากกองทัพอากาศ เรือจากโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ เรือของกรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ เรือจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรือจากบริษัทอาร์ต อิท จำกัด เรือของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เรือจากบริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด และสุดท้ายเรือจากวิทยาลัยอาชีวอุบลราชธานี
      
       ทั้งนี้ เรือที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดครั้งนี้ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลที่ 2 ได้ถ้วยรางวัลของ นายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ม.ราชภัฏอุบลฯ ประกาศ พ่อดีเด่นราชภัฏ ปี 2555

  ผศ.ชัยวัฒน์ บุณฑริก อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สำนักศิลปะและวัฒนธรรม  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จัดงาน “วันพ่อแห่งชาติ” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 ในวันที่ 4 ธันวาคม 2555 ณ หอประชุมไพรพะยอม ซึ่งในปีนี้มีพ่อดีเด่นราชภัฏ ประจำปี 2555 จำนวน 15 คน ดังรายนามต่อไปนี้
ประเภทพ่อของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
1. นายวิชัย  คูณสว่างพ่อของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์
2. นายสมจักร  ชมภูพ่อของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและการจัดการ
3. นายทองจันทร์ วงษ์วิลาพ่อของนักศึกษาคณะแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก
4. ว่าที่ ร.ท.ธวัชชัย   มาลัยพ่อของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
5. นายนิคม บุญหนักพ่อของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์
6. นายสมเดช  ประสงค์เสียง  พ่อของนักศึกษาคณะครุศาสตร์

ประเภทพ่อที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
1. ผศ.เสนอ  ภิรมจิตรผ่อง   ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา
ประเภทพ่อของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
1. นายสุปัน ปัญญาภาพ่อของ ผศ.รัตนะ ปัญญาภา
2. นายสมหวัง ชาญศิริวัฒน์พ่อของ อ.ฐิติพร ชาญศิริวัฒน์
3. นายสรศักดิ์   สรสุภาพงศ์    พ่อของ ผศ.นรีนุช ยุวดีนิเวศ
4. นายสุระจิตต์  อ่อนฤทธิ์พ่อของ ผศ.สุระเจตน์ อ่อนฤทธิ์
5. นายไมตรี   ศรีษะภูมิพ่อของ อ.มนทยา ศรีษะภูมิ

ประเภทพ่อของพนักงานในมหาวิทยาลัย
1. นายสมบูรณ์   พันธ์งาม   พ่อของ นายศุภศิลป์ พันธ์งาม
ประเภทพ่อที่เป็นบุคคลภายนอก
1. นายหอม  ชินนาค  อายุ 93 ปี
2. นายทา   หมั่นนิยม  อายุ 72 ปี

ประชุมสภา อบจ. ถกปัญหา การก่อสร้างห้างใหญ่ถนนเลี่ยงเมือง และการจำนำข้าว

 บ่ายวันนี้ (20 พฤศจิกายน 55) เวลา 14.00 น.ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จัดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี สมัยสามัญ สมัยที่สอง ประจำปี พ.ศ.2555 ครั้งที่สี่
               โดยที่ประชุมนางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ประธานสภาได้แจ้งให้ที่ปะชุมรับทราบ จากนั้นได้รับรองรายงานประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีสมัยสามัญสมัยที่สอง ประจำปี พ.ศ.2555 ครั้งที่สองและครั้งที่สามทั้งนี้ที่ประชุมได้รับฟังข้อสอบถามของ ส.อบจ.อบ.
               โดยนายปรเมษฐ์ ศรีหล้า ส.อบจ.อบ.เขต 1 อำเภอม่วงฯ ได้สอบถามถึงการก่อสร้างห้างขนาดใหญ่ ที่บริเวณที่ดินรอบๆถนนเลี่ยงเมือง ต.แจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่ลุ่ม และเป็นแหล่งรองรับน้ำช่วยมิให้น้ำท่วมเมืองอุบลฯ แต่ปัจจุบันมีการปล่อยให้นายทุนเข้ามาถมที่บริเวณดังกล่าวสูงกว่าถนนรอบเมืองและถนนเส้นต่างๆ ตลอดจนสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาน้ำท่วมถนน และได้สอบถามเรื่องการแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าว โดยรัฐบาลได้ทำโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในฤดูการผลิตปี 2555-2556 และมอบหมายให้จังหวัดเป็นผู้ดูแล ซึ่งขณะนี้มีชาวนาเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก และได้ข่าวว่ามีการจับกุมโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการบางแห่งทุจริตโครงการดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังมีความวิตกกังวลในเรื่องการดำเนินงานตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกดังกล่าว
               ด้านนายณัฐพงษ์ อึ้งชยากร ส.อบจ.อบ.เขต 1 อำเภอเขื่องใน ได้สอบถามเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วยจังหวัดอุบลราชธานีมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าทุกปี พืชผลทางการเกษตร น้ำในไร่นามีน้อยบางแห่งข้าวยืนต้นตายรวงข้าวเหี่ยวเฉาลีบ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ เกิดความเสียหายแก่ชาวไร่ชาวนาเป็นอย่างมาก ประกอบกับปีนี้ฝนทิ้งช่วงยาวนาน จึงทำให้แล้งเร็วกว่าที่คิดและคาดว่าปีนี้อุบลจะแล้งรุนแรงกว่าทุกปี เพราะหลายพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว หากไม่รีบเตรียมการและวางแผนหาทางช่วยเหลือเกษตรกรจะต้องเดือดร้อนอย่างหนักแน่นอน
               สำหรับปัญหาการก่อสร้างห้างขนาดใหญ่ นายวิษณุ สุทธิ ตัวแทนหน่วยงานโยธาธิการและผังเมือง จ.อุบลราชธานี ได้ตอบคำถามว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น คือเทศบาลเมืองแจระแม เป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าไปดูแลเพิ่มเติม
               ส่วนปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด เข้าไปตรวจสอบแล้ว ส่วนทางโรงสีได้มีการหักค่าความชื้น เพราะชาวนาใช้รถเกี่ยวข้าวทำให้ข้าวมีความชื้นสูง ด้านสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี อยากให้เปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น ประชาชนมีความต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอดอนมดแดง และให้อปท.เข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นอนุกรรมการในการตรวจสอบการจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล เพราะในแต่ละพื้นที่มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีอยู่แล้ว ใกล้ชิดกับประชาชน อันจะทำให้สามารถทำงานได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว

จับอดีตรองนางงามต้นเทียนพรรษาอุบลฯ ค้ายาบ้า


ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองอุบลราชธานี บุกค้นบ้านแฟนอดีตรองนางงามต้นเทียนพรรษาปี 2550 เจ้าตัวไม่อยู่ พบยาบ้าซ่อนในยกทรงอดีตรองนางงามต้นเทียน 10 เม็ดและพบซุกซ่อนใต้หิ้งพระและหลังตู้เสื้อผ้าพร้อมเงิน 1.5 หมื่นบาท สารภาพยาบ้าและเงินเป็นของแฟนหนุ่มที่หนีไปได้ก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง       
       วันที่15 พ.ย.55 เมื่อเวลา 07.30 น. พ.ต.ท.วรยุทธ พงษ์ตัน สว.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติดนำหมายศาลจังหวัดอุบลราชธานี ตรวจค้นบ้านเลขที่ 184 หมู่ 15 ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี หลังมีวัยรุ่นให้การซัดทอดเป็นแหล่งค้ายาบ้า พบ น.ส.จิราภา พันธุ์ลัดดา อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นแฟนของนายธนิต มาธฤทธิ์ ลูกชายเจ้าของบ้านมีอาการพิรุธ และวิ่งหนีเจ้าหน้าที่เข้าไปหลบอยู่ในห้องพระ
      
       เจ้าหน้าที่จึงตามเข้าไปตรวจค้นพบห่อยาบ้าจำนวน 7 เม็ดทิ้งไว้ใต้หิ้งพระและบนหลังตู้เสื้อผ้า เมื่อตรวจค้นบริเวณเสื้อยกทรงของน.ส.จิราภา พบห่อพลาสติกใส่ยาบ้าอีก 10 เม็ด และมีเงินสดอยู่ในกระเป๋าสะพายอีก 15,000 บาท
      
       เมื่อสอบถาม น.ส.จิราภา สารภาพว่า ยาบ้าและเงินทั้งหมดเป็นของนายธนิต มาธฤทธิ์ แฟนหนุ่ม ซึ่งหลบหนีไปได้ก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง จึงแจ้งข้อหา น.ส.จิราภามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจะได้ติดตามตัวนายธนิต แฟนหนุ่มมาสอบสวน มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
      
       สำหรับ น.ส.จิราภา ซึ่งถูกจับฐานค้ายาบ้าครั้งนี้อดีตเคยเป็นรองนางงามเทียนพรรษาในเทศกาลงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีประจำปี พ.ศ.2550 ด้วย

เชิญร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกสมโภช พระแก้วมรกต รูปเหมือนหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น


206369_341687219257580_1106943473_n.jpg


ขอเชิญร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกสมโภช "พระแก้วมรกต"
และรูปเหมือน หลวงปู้เสาร์ กนฺสีโล - หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2555 ณ วัดเลียบ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต วัดกุดชมภู ประธานจุดเทียนชัย อธิฐานจิตปลุกเสก
พระสงฆ์เถราจารย์สวดพุทธาภิเษกตลอดคืน ชีพราหมณ์สวดอิติปิโส 108
พิธีเริ่มเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
ติดต่อ พระครูอุบลคณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเลียบ โทร.081-7252413
581004_351673718258930_1603848770_n.jpg